ของจริง ของปลอม
April 28th, 2011
ถ้าจะพูดถึงแหล่งสินค้าลอกเลียนแบบที่ใหญ่ที่สุดประเทศหนึ่งในโลก คงไม่มีใครจะปฏิเสธว่าประเทศจีนได้ถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีชื่อเสียงในด้านการผลิตสินค้าลอกเลียนแบบเกือบทุกประเภท
ใครจะเคยคิดว่าไข่ไก่ก็สามารถถูกปลอมขึ้นมาได้ และคงจะไม่ต้องกล่าวถึงภาพยนตร์ในรูปแบบ DVD, Memory Card, กระเป๋าของคุณผู้หญิงระดับไฮโซจากฝั่งทวีปยุโรป, เสื้อผ้าแฟชั่นทุกประเภททั้งชายและหญิง เด็กและผู้ใหญ่
แม้กระทั่งแบรนด์ดังของธุรกิจร้านกาแฟจากอเมริกาที่มีต้นตำรับจากเมืองซีแอตเติ้ลอย่าง Starbucks ยังมีผู้ประกอบการในประเทศจีนลอกเลียนแบบ เปิดร้านกาแฟประเภทเดียวกันโดยใช้ชื่อว่า Starsbuck สังเกตให้ดีมีตำแหน่งในการวางตัว S อยู่กันคนละที่
แต่จะมีใครสักกี่คนที่มีความจำหรือความเข้าใจต่อการสะกดของร้านกาแฟดังแบรนด์นี้ได้อย่างลึกซื้ง
ใครที่เคยเดินทางไปประเทศจีนอาจจะมีโอกาสได้เคยเห็นร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นของประเทศจีนที่มีตราสัญลักษณ์เป็นรูปสัตว์ประเภทจระเข้ ที่มีความคล้ายคลึงกับแบรนด์ดังระดับโลกอย่างเช่น Lacoste และ Crocodile
โลโก้ของ Lacoste เป็นรูปจระเข้หันไปทางขวาและมีลิ้นสีแดง
ในขณะที่โลโก้ของ Crocodile เป็นรูปจระเข้ที่หันไปทางซ้ายและมีลิ้นสีเดียวกับตัวจระเข้
ทั้ง 2 แบรนด์เป็นแบรนด์ของจริงที่มีตำนานมายาวนานไม่มีใครลอกเลียนแบบใคร ต่างคนก็ต่างมีกลยุทธ์และกิจกรรมการตลาดที่เข้มข้น แบบมืออาชีพ ที่วางขายอยู่ในหลายประเทศทั่วโลกแบรนด์ทั้ง 2 ไม่ได้แค่ต่อสู้กันในทางการตลาดที่เหน็ดเหนื่อย แต่แบรนด์ทั้ง 2 ยังต้องเจอกับการแข่งขันโดยทางตรงจากแบรนด์ที่ลอกเลียนแบบจากจีนที่มีราคาถูกกว่า
เป็นเรื่องที่น่าอมยิ้ม เมื่อเห็นแบรนด์ที่รู้จักคุ้นเคย แล้วจู่จู่ก็เจอสินค้าประเภทเดียวกันในประเทศจีน ที่มีความคล้ายคลึงกันในเกือบทุกมิติของตัวสินค้า แต่มีการอ่านออกเสียงเรียกแบรนด์ที่เป็นผู้ลอกเลียนแบบแบรนด์ใหญ่ๆให้เพี้ยนออกไป ที่สำคัญอัตลักษณ์ของรูปแบบโลโก้ การใช้สี รูปแบบของหีบห่อ และขนาดก็มีความเหมือนเช่นเดียวกัน
ถ้าผู้บริโภคไม่รู้อิโหน่อิเหน่ รับรองได้ว่าต้องซื้อผิดยี่ห้อในราคาที่ถูกสุดๆเหมือนกับลูกน้องผมคนหนึ่งที่เคยไปเมืองเซินเจิ้นแล้วก็ถูกหลอกให้ซื้อ Memory Card ที่มีรูปแบบเหมือนกับแบรนด์ดังอย่าง SanDisk ในราคาที่ไม่สามารถปฏิเสธได้
แล้วคุณภาพเป็นอย่างไรบ้าง?
คงยังไม่มีคำตอบเพราะยังใช้งานได้ดีจนถึงวันนี้
ทำไมจีนชอบลอกเลียนแบบ?
ผมขอใช้ความเห็นส่วนตัวในมุมมองที่แปลกแตกต่างจากหลายๆนักวิชาการหรือนักการตลาด จะถูกหรือจะผิดต้องขอออกตัวมา ณ ที่นี้
1. จากความยากจนมาเป็นความร่ำรวย
คนจีนเคยลำบากมาก่อนตั้งแต่อดีตอันยาวไกล
คนจีนใช้ชีวิตแบบอยู่ไปวันๆ ถูกกดขี่ข่มเหงจากการปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์
รายได้ต่อหัว ต่อครอบครัว ต่อปี มีอัตราที่ต่ำมากๆ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่ด้อยพัฒนาด้วยกันมีใครเคยคิดไหมว่าถ้าวันหนึ่งเราพอจะมีเงินซื้อสินค้ามาใช้ เราอยากจะซื้อสินค้าที่ไม่มีใครรู้จักหรืออยากจะซื้อสินค้าที่ใครๆก็รู้จักคนที่อยู่ในสถานะที่ยากจน มักต้องการให้สังคมเกิดความยอมรับ นับถือต่อตนเมื่อเปรียบเทียบกับคนที่ร่ำรวยมีจะกิน ที่ไม่จำเป็นต้องสร้างสถานะทางสังคมให้แก่ตัวเองด้วยวัตถุสิ่งของบนเรือนร่างที่เรามักจะเรียกว่า Social Status เป็นไปได้ไหมว่า ถ้าคนๆหนึ่งที่มีสถานะทางสังคมที่ยากลำบากกว่า เมื่อมีโอกาสก็อยากจะได้สินค้าแบรนด์เนมในราคาที่ตนสามารถจะเป็นเจ้าของได้
คนในประเทศจีนสามารถซื้อ Rolex รุ่นลอกเลียนแบบเกรด C ได้ในราคาแค่ไม่ถึง 1 พันบาท และ Rolex ในรุ่นลอกเลียนแบบซุปเปอร์เกรด A ที่มีราคา 2 พันกว่าบาท โดยที่คนทั่วไปที่ไม่มีโอกาสมายืนจ้อง ยืนเพ่ง จะไม่สามารถรับรู้ได้ถึงความต่างระหว่างของจริงและของลอกเลียนแบบได้
มีหลายคนเคยถามว่า ทำไมรัฐบาลจีนถึงไม่จริงจังที่จะปราบปรามแหล่งผลิตสินค้าลอกเลียนแบบ
มีผู้ประกอบการเจ้าของสินค้าแบรนด์เนมดังๆทั่วโลกบ่นเป็นเสียงเดียวกันด้วยว่า รัฐบาลจีนมีส่วนช่วยสนับสนุนให้เกิดสินค้าลอกเลียนแบบเหล่านี้จะจริง จะเท็จอย่างไรคงไม่ใช่ประเด็น
แต่ถ้าคุณเป็นพ่อคน แม่คน คุณจะมีความสุขไหมที่ลูกๆ (ประชาชนที่อยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลหนึ่งรัฐบาลใด) ของคุณจะมีโอกาสเงยหน้าอ้าปากอย่างมีความสุข ที่จะได้เป็นเจ้าของสินค้าแบรนด์เนมดังๆในราคาที่ใครๆก็สามารถจะจับจ่ายซื้อมาเป็นเจ้าของได้
ผมลองคิดต่างมุมดู สิ่งที่ประเทศจีนกำลังทำอยู่ได้สร้างปรากฏการณ์แบบของดีทำไมต้องแพง ของดีมีชาติสกุลราคาถูกไม่ได้หรือ
หรือถ้าลองพิจารณาให้ถี่ถ้วน เป็นไปได้ไหมผู้บริโภคในปัจจุบันกำลังถูกคุกคาม ถูกเอารัดเอาเปรียบด้วยราคาที่ไม่เป็นธรรมจากผู้ประกอบการแบรนด์ดังระดับโลกอยู่หรือเปล่า
2. R&D ตกยุคไปแล้ว
Research & Development เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆในการสร้างนวัตกรรมสินค้าแปลกๆใหม่ๆออกสู่ตลาดโลก
งบประมาณ R&D ในแต่ละปีของบริษัทใหญ่ๆมีเม็ดเงินเป็นตัวเลขมากมายมหาศาล บางที่มีมากกว่างบประมาณการตลาดเสียด้วยซ้ำ
แนวคิดของประเทศจีนแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เพราะ R&D เป็นสิ่งที่อาจจะตกยุคไปแล้ว
เดี๋ยวนี้ต้อง C&D – Copy & Development
เอาเป็นว่ามีอะไรดีก็เอามาพัฒนาต่อในภาคการผลิตเลยดีกว่า แทนที่จะไปมัวเสียเวลากับการคิดค้น
แต่สังเกตให้ดี จีนไม่ได้แค่ทำ C&D อย่างที่หลายๆคนเข้าใจ
จีนได้ทำ C, M & D หรือ Copy, Modification & Development ที่ทำให้ของสิ่งหนึ่งดีกว่าที่มันเคยเป็นในราคาที่ใกล้เคียงกับสินค้าที่ขายอยู่ในตลาดหรือสินค้าที่มีคุณภาพใกล้เคียงกันกับสินค้าที่ขายอยู่ในตลาดแต่ในราคาที่ขายถูกกว่าอย่างเห็นได้ชัด
อย่ามองว่าจีนทำของดีมีคุณภาพไม่เป็น
ผมอยากให้ลองทบทวนถึงมหกรรมกีฬาระดับโลกโอลิมปิคที่จัดขึ้นในกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 8 เดือน 8 ปี 08 หรือเซี่ยงไฮ้ เวิล์ด เอ็กซ์โป ระหว่างเดือน พฤษภาคม ถึงเดือนตุลาคม ปี 2010 และล่าสุดมหกรรมกีฬาเอเชี่ยน เกมส์ ที่เมืองกวางโจว ในเดือน พฤศจิกายนปี 2010 ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสินค้าประเภทไก่กาหรือลอกเลียนแบบใครหรือเปล่า
ปัจจุบันจีนได้กลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ มีเงินคงคลังมากมายมหาศาลที่จะคิดค้นหรือพัฒนาอะไรออกมาเพื่อเขย่าคนทั้งโลกได้ตลอดเวลา ด้วยความพร้อมของทุนทรัพย์ จำนวนประชากรที่มากพอที่จะคัดเอาหัวกะทิออกมาจากจำนวนประชากรมากถึง 1,400 ล้านคน และที่สำคัญทิศทางของผู้นำประเทศและความเป็นหนึ่งเดียวของจีนที่สร้างความสามัคคีกลมเกลียว
เป็นไปได้ไหมว่าการที่จีนได้เคยทำของลอกเลียนแบบออกสู่ตลาดเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นฝึกซ้อมฝีมือของตัวเองว่าอยู่ในระดับขั้นไหน เวลาที่ผ่านพ้นไปได้บอกให้จีนรู้ว่าสิ่งที่ยาก สิ่งที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนจีนก็ได้ทำสิ่งเหล่านั้นได้อย่างสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
แล้วทำไมจีนต้องงมงายอยู่กับการผลิตของที่ถูกและไร้คุณภาพที่คอยลอกเลียนแบบชาวบ้าน สู้เริ่มต้นเดินก้าวที่หนึ่งใหม่ในตลาดโลกที่เปิดกว้างเป็นเสรีมากขึ้นด้วยการผลิตและส่งออกสินค้าระดับซุปเปอร์เกรด A ภายใต้แบรนด์ของตัวเองที่มีตัวตนที่ชัดเจน มีเสน่ห์ที่ล้ำลึกแต่ในราคาที่ใครๆก็เป็นเจ้าของได้ ไม่ดีกว่าหรือ?
Welcome the China Brand!!!
หมายเหตุ การทำธุรกิจจำเป็นต้องเคารพในกฎ กติกา มีศีลธรรมและจรรยาบรรณ การลอกเลียนแบบทำสิ่งใดที่ทำให้อีกฝ่ายต้องเดือดร้อน โดยเฉพาะของสิ่งนั้นที่ได้มีการขึ้นทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องหลีกเลี่ยง
Categories: Articles Anything | Tags: Sohn Chongsrichan


