ไม่รู้จัก ไม่เข้าใจ ไม่เชื่อ

December 22nd, 2014

ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์คุณคงเคยมีโอกาสได้ไปเดินเล่นตามสวนจตุจักรหรือตลาดนัดที่มีของแทบทุกชนิดถูกนำมาขายให้เลือกกันจนตาลาย

คุณก็คงจะเคยมีโอกาสได้เห็นพ่อค้า แม่ค้า ต่างพากันตะโกนบอกสรรพคุณสินค้าของตัวเองว่าดีอย่างโน่น ดีอย่างนี้ งานนี้ อย. กบว. สคบ. ไม่มีสิทธิ์เข้าไปทำหน้าที่และบทบาทในการตรวจสอบในฐานะของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลและควบคุมการโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณเกินความจริง

บ่อยครั้งคุณจะเห็นแม่ค้าอวดอ้างสรรพคุณของส้มโอที่ถูกวางขายไว้หน้าแผงว่าหวานสุดๆ

ดูรูปร่างหน้าตาจากภายนอกของส้มโอกองนั้นแล้วมีรูปร่างหน้าตาผ่านเกณฑ์ของความคาดหวังที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่มีต่อส้มโอกองดังกล่าว เปรียบเสมือนคุณลักษณะภายนอกดูดีและสอบผ่าน แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเนื้อข้างในหวานตามคำอวดอ้างของแม่ค้ารายนั้นหรือเปล่า

สิ่งที่แม่ค้าต้องทำเพื่อยืนยันสรรพคุณความหวานของส้มโอก็คือยื่นส้มโอที่ถูกแกะแล้วบางส่วนให้ลูกค้าชิมดู

หลักการตลาดและการสร้างแบรนด์มีกระบวนการที่เรียบง่ายที่สุด มีขั้นมีตอนที่ต้องเดินไปเป็นระบบแบบไม่ซับซ้อน โดยเริ่มต้นจาก…

การรับรู้

ผมอยู่ในแวดวงของการทำธุรกิจในการสร้างแบรนด์ให้กับผู้ประกอบการระดับประเทศ มีแบรนด์ที่มีชื่อเสียง มียอดขายมหาศาลไปจนถึงการดูแลผู้ประกอบการระดับ SME ทั่วประเทศที่มีแบรนด์อยู่ในระดับท้องถิ่น มีช่องทางที่จำกัด มีกลุ่มเป้าหมายที่เล็กกว่า

ไม่ว่าผู้ประกอบการจะมีบทบาทในระดับประเทศหรือระดับท้องถิ่น หนึ่งสิ่งที่ผมได้เรียนรู้คือ สินค้าหรือบริการจำเป็นต้องให้ผู้บริโภครู้จัก หรือที่มักจะรู้จักกันในคำว่า “การรับรู้ของแบรนด์ (Brand Awareness)”

ความเสียเปรียบของผู้ประกอบการที่เล็กกว่า อย่างเช่น SME คือปัจจัยของการจัดสรรงบประมาณในการสร้างระดับของการรับรู้ที่ถูกจำกัดอยู่ในวงแคบ

เพราะผู้ประกอบการ SME มี scale ของธุรกิจที่เล็กกว่าแบรนด์ใหญ่ๆระดับโลกหรือระดับประเทศ เลยทำให้การกันงบประมาณในการสร้างการรับรู้จากการหักรายได้บนกำไรของตัวสินค้าหรือบริการได้น้อยกว่า สุดท้ายเลยทำให้ผู้ประกอบการ SME หลายรายถึงกับต้องท้อและถอยไปในที่สุด

ในความเป็นจริง การสร้างการรับรู้ของแบรนด์ไม่ได้มาจากการโฆษณาหรือการประชาสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว ยังมีอีกหลากหลายมิติที่ผู้ประกอบการ SME สามารถทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักสินค้าหรือบริการของพวกเขาในงบประมาณที่น้อยกว่าการโฆษณาเพียงอย่างเดียว

อย่าลืมว่าการโฆษณามีต้นทุนสูงเอามากๆ

1 นาทีในช่อง 7 สีในช่วงละครหลังข่าวมีราคาเกือบครึ่งล้านเข้าไปแล้ว

สิ่งที่ผู้ประกอบการ SME ต้องคำนึงถึงก่อนที่จะสร้างการรับรู้ก็คือ ความสามารถในการนำสินค้าเข้าสู่ช่องทางการจัดจำหน่ายได้มากน้อยเพียงใด

บางสินค้าอาจมีจำหน่ายในระดับจังหวัดแต่ถ้าใช้การโฆษณาในสื่อ Free TV หรือในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐก็จะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณมากจนเกินไป แบบเอาน้ำพริกไปละลายแม่น้ำยังไงยังงั้น

ตรงกันข้าม Word of Mouth หรือ Word of Mouse มีประสิทธิภาพสูงกว่าการทำโฆษณา (ต้องขอออกตัวว่า ไม่ได้มาว่าร้ายการโฆษณา แต่ถ้ามีงบประมาณเพียงพอ

การโฆษณาจะเป็นเครื่องมือในการสร้างการรับรู้ที่เร็ว และมีประสิทธิภาพสูงมาก) โดยเฉพาะในสังคมปัจจุบันที่มีการทำ Word of Mouth ผ่าน Social Media กันในหลายรูปแบบ

มีการวิจัยในต่างประเทศหลายปีผ่านมาเกี่ยวกับระดับความพึงพอใจของผู้บริโภคต่อสินค้าหรือการบริการต่างๆในแต่ละอุตสาหกรรม บอกไว้ว่าถ้าผู้บริโภคไม่พอใจเขาจะบอกต่อไปยังคนอีก 3 คนและถ้าไม่พอใจเอามากๆก็จะบอกต่อไปยังคนอีก 20 คน

ผลวิจัยนี้อาจจะใช้ไม่ได้ในโลกปัจจุบันเพราะการเข้ามาของเทคโนโลยีที่ทำให้ Social Media มีบทบาทเข้มข้นมากขึ้น หากผู้บริโภคไม่พอใจกับอะไรสักอย่างในวันนี้ เขาคงจะ Facebook หรือ Twitter ผ่าน Social Media ที่มีคนเป็นหมื่นเป็นแสนหรือเป็นล้าน คอยร่วมวงและจ้องทำลายสินค้าหรือบริการของคุณแบบไม่ประนีประนอมใดๆทั้งสิ้น

ผู้บริโภคไม่เคยผิดเพราะพวกเขามีบทบาทและหน้าที่ในการเป็นผู้บริโภคที่ต้องการความใส่ใจ ดูแล จากผู้ประกอบการต่างๆ

เมื่อ Social Media ที่มีต้นทุนต่ำได้สร้างพลังของการบอกต่ออย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในแง่ลบ พลังการบอกต่อก็จะพลิกกลับมาเป็นพลังบวกที่จะช่วยสร้างการรับรู้ในตัวสินค้าหรือบริการของคุณได้อย่างง่ายๆเช่นเดียวกัน

ผมได้รับการบอกต่อจากเพื่อนๆผ่านอีเมลล์ในอดีตหลายปีที่ผ่านมาเกี่ยวกับร้านอาหารทะเลแถวย่านพลับพลาไชยว่าร้านนี้มีแค่โต๊ะเดียวและมีอาหารทะเลที่ถูกจัดอยู่ในระดับขั้นเทพมีชื่อร้านว่า “นายจกโต๊ะเดียว” คุณทราบไหมว่าผมต้องใช้เวลาล่วงหน้ากว่า 2 เดือน กว่าจะได้ไปกินที่ร้านนี้ หายากสักหน่อย ที่จอดรถก็ไม่มี แล้วทำไมผมถึงอยากจะไป

อย่าลืมว่ามนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์ที่ชอบความท้าทาย ชอบลองของใหม่ ชอบค้นหา ชอบในสิ่งที่ไม่คุ้นเคยและเคยชิน

ร้านนายจกโต๊ะเดียว ประสบความสำเร็จเป็นที่รู้จักในวงกว้างระดับประเทศด้วยพลังของการบอกต่อเพียงอย่างเดียว

ร้านนายจกโต๊ะเดียวไม่เคยมีโฆษณาผ่านสื่อใดๆทั้งสิ้น มีแต่รายการทีวีต่างพากันไปขอถ่ายทำรายการ รวมถึงหนังสือพิมพ์ และนิตยสารในระดับแนวหน้าของประเทศ

ถ้าคิดมูลค่าของพื้นที่สื่อ คงจะเป็นตัวเลขหลายล้านบาท ที่นายจกเจ้าของร้านอาจจะบอกกับคุณว่า ผมไม่มีปัญญาจะเอาเงินที่ไหนมาทำโฆษณาสร้างแบรนด์

ผมอยากให้คุณลองถามตัวเองว่าทำไมคุณถึงบอกต่อในสิ่งดีๆกับผู้อื่นในสังคม Social Media

ปัจจัยที่สำคัญที่สุดของพลังการบอกต่อก็คือ การที่คุณได้สินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพเป็นเลิศหาที่ไหนเทียบเคียงได้ยาก เป็นหนึ่งในยุทธจักรตามความรู้สึกและความเห็นของคุณ

คุณคงไม่ส่งต่อข้อความที่ใครๆก็รู้จัก เคยเห็นและหาที่ไหนก็ได้แบบง่ายๆ

คุณคงจะกลัวว่า เพื่อนๆในสังคม Social Media จะย้อนศรกลับมาแซวคุณว่า “นี่หรือคือสิ่งที่คุณคิดว่าสุดยอดแล้ว”

ผมลองคิดคำนวณเล่นๆดูว่า หลายสินค้าหรือบริการเกิดได้จาก Social Media และแน่นอนก็ล้มหายตายจากโลกนี้ไปด้วย Social Media แต่ที่รู้ๆ Social Media ประนาฌมากกว่าชม ถ้าไม่เชื่อก็ลองดูว่าในแต่ละวันคุณได้รับ Forward email ที่เป็นการประนาฌมากกว่าการชมจริงหรือเปล่า

อีกหนึ่งปัจจัยในพลังการบอกต่อ คือประสบการณ์ที่ผู้บริโภคได้รับจากผู้ประกอบการสินค้าหรือบริการนั้นๆ

นายจกเจ้าของร้านอาหาร นายจกโต๊ะเดียว ไม่ได้ทำตัวเป็นเพียงแค่เจ้าของร้านหรือพ่อครัวที่หลบซ่อนตัวเองอยู่ในครัว แต่นายจกพยายามเดินมาพูดคุยกับลูกค้าที่มานั่งทานในร้านด้วยอัธยาศัยเป็นกันเอง เอาอกเอาใจลูกค้าด้วยความเป็นมิตรไมตรี จนทำให้ลูกค้าเป็นคนพิเศษขึ้นมาโดยปริยาย

ดังนั้นการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ในโลกปัจจุบัน น่าจะมีมุมมองใหม่ๆให้กับผู้ประกอบการ SME เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ธุรกิจ SME โตไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนได้ โดยปราศจากความกังวลหรือความเชื่อที่ว่า การสร้างแบรนด์ต้องมีงบประมาณที่มากๆเพื่อไปใช้กับการโฆษณา และอย่าลืมว่าการโฆษณาเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงแต่ก็ไม่ใช่ทางออกสุดท้ายของการสร้างแบรนด์เสมอไป

(โปรดติดตามตอนจบได้ในอาทิตย์หน้า)

Categories: Uncategorized | No Comments

WYETH S-26 Brand Strategy Management Workshop Day 3

December 22nd, 2014

WYETH S-26 Brand Strategy Management Workshop Day 3 – 18/12/2014 at Novotel Platunam

Categories: Uncategorized | No Comments

OCS Brand Strategy Management Workshop Day 3

December 22nd, 2014

OCS Brand Strategy Management Workshop Day 3 – 16/12/2014 At DC Consultant, Amarin Plaza

Categories: Uncategorized | No Comments

WYETH – S26 Brand Strategy Management Workshop Day 2

December 22nd, 2014

WYETH – S26 Brand Strategy Management Workshop Day 2 – 12/12/2014 At Novotel Pratunam

Categories: Uncategorized | No Comments

Wyeth S-26 Brand Strategy Management Workshop

December 9th, 2014

Wyeth S-26 Brand Strategy Management Workshop Day 1, Novotel Platimum – 03/12/2014

Categories: Uncategorized | No Comments

OCS Brand Strategy Management Workshop

December 9th, 2014

OCS Brand Strategy Management Workshop Day 1 – 02/12/2014

Categories: Uncategorized | No Comments

SunGroup Branding Seminar & Workshop

December 1st, 2014

ดร.สรณ์ จงศรีจันทร์ ได้จัดทำ SunGroup Branding Seminar & Workshop ที่สำนักงานใหญ่ SunGroup ที่กรุงเทพ เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 ที่ผ่านมา

Categories: Uncategorized | No Comments

โครงการนักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่

November 20th, 2014

โครงการนักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ Young F.T.I รุ่นที่ 1 “Learning from Experience” การสร้างแบรนด์ โดย ดร.สรณ์ จงศรีจันทร์ ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างกลยุทธ์ การบริหารจัดการแบรนด์ กลุ่มบริษัท Young & Rubicam Brands จากประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันพุธที่ 19 พฤศจิกายน 2557 ณ ห้องประชุม 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

Categories: Uncategorized | No Comments

ขาข้างหนึ่งอยู่ในคุก

November 12th, 2014

คุณเคยคิดไหมว่าทุกธุรกิจในโลกมีความเสี่ยงอยู่ในระดับที่สูงมาก

ผมไม่ได้หมายถึงความเสี่ยงในการทำธุรกิจที่ผู้ประกอบการทั้งหลายจะประสบกับการขาดทุนในรายได้อย่างมหาศาล และถึงขั้นจะต้องไล่พนักงานออก แล้วต้องปิดกิจการในที่สุด

กำไรหรือขาดทุนในการทำธุรกิจมีผลมาจากหลายปัจจัยหลักๆ

บางธุรกิจต้องล้มหายตายจากโลกนี้ไป เพราะไม่สามารถสร้างสินค้าหรือบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้

ปัจจัยบางอย่างอาจเป็นเรื่องของความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่งที่มีการพัฒนาศักยภาพของเขาไปได้ไกลกว่าธุรกิจของเราอย่างไม่สามารถวิ่งตามได้

ผู้ประกอบการบางรายก็อาจจะบอกว่าที่เขาต้องล้มหายตายจากธุรกิจไป เพียงเพราะโชคไม่เข้าข้าง

คุณ “โชค” มักจะถูกพาดพิงในการทำธุรกิจโดยเฉพาะผู้ที่แพ้ มักจะบอกว่าโชคไม่เข้าข้างตัวเอง

แต่พอประสบกับความสำเร็จผู้ประกอบการก็มักจะบอกว่ามาจากฝีมือและความชาญฉลาดของตนล้วนๆ

ที่น่าขำที่สุดสำหรับผู้ประกอบการที่พ่ายแพ้ในการแข่งขัน เขาจะป่าวประกาศให้ชาวโลกรู้ว่าคู่แข่งใช้ “วิชามาร” ในการทำธุรกิจ

ฟ้าดินจะมีจริงหรือไม่อยู่ที่วิจารณญาณของแต่ละคน แต่ทำไมหลายธุรกิจก็ยังรวยเอารวยเอา โตวันโตคืนและยั่งยืนอีกต่างหาก
ไม่เห็นฟ้าดินลงโทษคนใช้วิชามารสักที

ผมว่าน่าจะเป็นข้อแก้ตัวของผู้แพ้มากกว่า

หายนะทางธุรกิจ

หายนะเป็นสิ่งที่ไม่มีใครต้องการหรือแม้จะคาดหวัง

บ่อยครั้งไม่ว่าผู้ประกอบการจะขั้นเซียน ขั้นเทพมาจากไหนก็เอาตัวไม่รอด

การทำธุรกิจคือการมอบคุณค่าจากตัวสินค้าหรือบริการต่อกลุ่มเป้าหมาย

ในทางตรงกันข้าม กลุ่มเป้าหมายมีความคาดหวังในตัวสินค้าหรือบริการจากเงินที่พวกเขาต้องจ่ายออกไป

ความคาดหวังเกิดจากประสิทธิภาพ ประโยชน์ใช้สอย คุณสมบัติ การแก้ปัญหา การรักษา การยกสถานะ การเปลี่ยนภาพพจน์ การเปลี่ยนทัศนคติ ประสบการณ์ที่ดี และอื่นๆอีกมากมาย

เป็นเรื่องปกติที่กลุ่มเป้าหมายจะมีความคาดหวังที่สูงเกินความเป็นจริง และระดับของความคาดหวังนั้นมักจะมีมากกว่าเงินที่ตัวเองจ่ายออกไป

ไม่มีใครที่ยอมจะซื้อสินค้าหรือบริการที่ส่งมอบคุณค่า ความพึงพอใจและประสบการณ์ที่น้อยกว่าราคาจริง

หายนะทางธุรกิจไม่ได้เกิดขึ้นจากหลักการข้างต้น เพราะการที่กลุ่มเป้าหมายเกิดความไม่พึงพอใจต่อสินค้าหรือบริการอย่างใดอย่างหนึ่ง คงจะไม่สร้างปัญหาใหญ่โตมโหฬารถึงขนาดเป็นหายนะได้

อย่างมากกลุ่มเป้าหมายก็ไม่กลับมาซื้อซ้ำหรืออาจจะบอกต่อให้ญาติโยมหรือพวกพ้องรู้ถึงจุดด้อยของสินค้าหรือบริการนั้นๆ

คุณคิดว่าผู้ประกอบการทุกรายเสี่ยงต่อการติดคุกไหม?

ผมไม่ได้หมายถึงการที่ตัวผู้ประกอบการจะทำอะไรไม่ดีต่อผู้บริโภคด้วยความตั้งใจ

ปัจจุบันผมเป็นผู้นำองค์กรระดับข้ามชาติที่มีชื่อเสียงบริษัทหนึ่งของโลก

มีสาขาตั้งอยู่กว่า 200 แห่ง ในเกือบ 90 ประเทศ

บริษัทของผมมีระบบการตรวจสอบภายในโดยเฉพาะด้านการเงินที่ถูกจัดไว้ให้อยู่ในระดับแนวหน้าของโลก

ผู้นำองค์กรอย่างผมและผู้บริหารอีก 6-7 ท่านต้องเซ็นต์เอกสารมากมายหลายหน้าในแต่ละเดือน เพียงเพื่อแสดงถึงความสุจริตใจ

เป็นไปไม่ได้ที่กลุ่มผู้บริหารจะมีโอกาสได้เห็นเอกสารทุกฉบับที่ถูกส่งออกไปยังคู่ค้า หรือลูกค้านอกบริษัท

และยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่ผู้บริหารจะมีโอกาสได้ตรวจสอบข้อความทุกบรรทัดในเอกสารต่างๆ

บทบาทและหน้าที่ของพนักงานที่ถูกว่าจ้างมาในแต่ละระดับ ย่อมมีหน้าที่รับผิดชอบที่แตกต่างกันไป

ลองนึกดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีพนักงานหนึ่งคนที่ประสงค์ไม่ดีต่อบริษัทในการหลอกลวงลูกค้าด้วยการโก่งราคาของการผลิตงานสูงกว่าความเป็นจริง ด้วยเหตุผลที่อาจจะไม่มีใครเข้าใจได้ แต่สุดท้ายลูกค้าก็ยอมเซ็นต์เอกสารใบเสนอราคานั้นให้กับบริษัทของเรา โดยมีคนคนนี้เป็นคนกลางในการนำเสนอจากบริษัทเราไปถึงมือลูกค้า

แล้ววันดีคืนดี บริษัทของเราก็อาจจะถูกตรวจสอบจากผู้ตรวจสอบบัญชีของลูกค้าที่เดินทางมาจากสำนักงานใหญ่ในต่างประเทศ

พนักงานในระดับปฏิบัติการอาจจะลืมนึกไปว่า ในสัญญาที่ผูกมัดระหว่างเรากับลูกค้าจะมีหนึ่งประโยคสั้นๆระบุไว้ว่า บริษัทของเราจะต้องแจ้งค่าใช้จ่ายที่เป็นจริงและจะต้องมีเอกสารกำกับจากซัพพลายเออร์ที่จะทำงานให้เราอย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า “3rd Party Invoice”

ลองนึกเล่นๆดูว่าผู้ตรวจสอบบัญชีของลูกค้าได้ตรวจพบเอกสารใบเสนอราคาที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง

รับรองได้ว่าเอเจนซี่จะต้องสูญเสียลูกค้าดังกล่าวในทันที แต่ที่แย่ไปกว่าก็คือผู้บริหารระดับสูงสุดคือ CEO คงต้องโดนบริษัทแม่ไล่ออกแล้วต้องถูกจองจำอีกต่างหาก ตามสัญญาว่าจ้างงานในวันแรกที่ทุก CEO ต้องเซ็นต์กำกับว่าจะไม่ทำการใดๆที่ส่อถึงความไม่โปร่งใสหรือการทุจริตต่างๆในบริษัท และต่อลูกค้าผู้ที่มีพระคุณ

แบบนี้เขาเรียกว่าถูกส่งเข้าคุกแบบไม่รู้ตัวหรืออย่างที่บางคนมักจะพูดว่า ทำผิดด้วยความไม่ตั้งใจ

ในธุรกิจสื่อก็เช่นกัน คุณถูกว่าจ้างจากลูกค้าให้ซื้อบิลบอร์ดริมทางด่วนเพื่อโฆษณาสินค้าใดสินค้าหนึ่ง

วันดีคืนดีเกิดพายุพัดกระหน่ำอย่างหนักจนโครงสร้างบิลบอร์ดที่ว่าแข็งแรงอย่างป้อมปราการ แต่กลับเอาไม่อยู่เสียแล้วจนพังทลายล้มทับบ้านเรือน รถยนต์ที่จอดอยู่ในบริเวณนั้นและมีผู้คนบาดเจ็บถึงขั้นเสียชีวิต

คุณคิดว่า CEO ของบริษัทซื้อสื่อหรือเจ้าของสื่อบิลบอร์ดนั้นจะนอนหลับไหม เมื่อได้ยินได้ฟังข่าวจากวิทยุ โทรทัศน์

ไม่มีใครตั้งใจหรอก พายุเขาก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะพัดจนบิลบอร์ดต้องล้มระเนระนาด มันเป็นเรื่องธรรมชาติล้วนๆ

เกิดเป็นคนไทยก็ยังดีกว่าเกิดในสังคมแบบฝรั่ง

มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นกับยางรถยนต์ยี่ห้อหนึ่งในสหรัฐอเมริกา

ยางระเบิดขณะรถวิ่งด้วยความเร็วสูง จนทำให้ผู้ขับขี่ต้องสูญเสียชีวิต

บริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์รายนี้ถูกฟ้องแทบล่มจม เอาตัวไม่รอดจากครอบครัวผู้เสียชีวิต

เสียชื่อก็แล้ว เสียทรัพย์ก็แล้ว แถมยังต้องถูกส่งเข้าคุกไปชดใช้กรรม

ผมว่าไม่มีธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงเท่ากับธุรกิจอาหารและยา ที่ขาทั้งสองข้างเข้าไปอยู่ในคุก

อาหารเป็นสิ่งที่ถูกกลืนลงไปในท้อง

บางทีอาหารที่กินเข้าไปในนาทีนั้นอาจจะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่อาหารที่ถูกกินไปก่อนหน้านี้อาจจะเป็นผลทางด้านลบต่อร่างกาย

โชคร้ายอีกเช่นกัน อาหารก่อนหน้านี้เป็นปลาร้าจากแม่ค้าริมถนน คุณจะไปฟ้องเรียกค่าเสียหายอะไรจากเขาได้

แต่แบรนด์อาหารที่เพิ่งถูกกลืนเข้าไปดันเป็นแบรนด์ดังระดับประเทศใครๆก็รู้จัก

แค่ลงไปดิ้นกับพื้นก็มีสื่อมาทำข่าว เจ้าทุกข์คงไม่บอกว่าได้กินปลาร้าไปเมื่อตอนเช้าแล้วเกิดอาการถึงขั้นต้องหามส่งโรงพยาบาล

ผมเชื่อว่าความผิดจะถูกชี้ไปยังแบรนด์ที่มีชื่อเสียง เพราะเจ้าทุกข์สามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้มากกว่าและง่ายกว่า

บ่อยครั้งแบรนด์ใหญ่ๆจะตกเป็นเป้าของผู้ไม่ประสงค์ดี

ลองนึกถึงกรณีโออิชิเมื่อ 7 ปีที่แล้วว่าจริงหรือเปล่า

มีคนดื่มโออิชิแล้วต้องถูกหามส่งโรงพยาบาล

แต่สุดท้ายก็ได้ความว่า เป็นเรื่องลวงโลก

ไม่รู้ว่าต้องการเงินค่าเสียหายหรือต้องการทำลายชื่อเสียงของแบรนด์โออิชิกันแน่

ทำธุรกิจมีให้ลุ้นกันทุกวันครับ

Categories: Uncategorized | No Comments

Modern Marketing Management Class – Chulalongkorn University

November 4th, 2014

ดร.สรณ์ จงศรีจันทรฺ์ ได้รับเชิญให้ไปบรรยายให้กับนักศึกษาปริญญาโท คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในโครงการสัมมนาทางวิชาการ “การจัดการด้านการตลาดสมัยใหม่” เมื่อวันเสาร์ที่ 1 พ.ย. 2557 ณ โรงแรมแมนดาริน กรุงเทพฯ

Categories: Uncategorized | No Comments