แสงแห่งศรัทธา

August 13th, 2014

ดร.สรณ์ จงศรีจันทร์ และทีมงานจัดทำ Brand Strategy Management Workshop ในมิติด้านการตลาดกับเจ้าของและคณะผู้บริหารบริษัท แสงแห่งศรัทธา จำกัด เมื่อ 1 สิงหาคม 2557 พร้อมกันนี้ได้ปรับแบบรูปโฉมจากตัวตนเดิมเป็นตัวตนใหม่เรียบร้อยแล้ว

Categories: Uncategorized | No Comments

RIGID FOAM BRAND STRATEGY MANAGEMENT WORKSHOP # 2

August 13th, 2014

ดร.สรณ์ จงศรีจันทร์ และทีมงานได้จัดทำ BRAND STRATEGY MANAGEMENT WORKSHOP ครั้งที่ 2 กับเจ้าของและคณะผู้บริหารของบริษัท RIGID FOAM ที่บ้านนนทรี เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2557

Categories: Uncategorized | No Comments

SUNGROUP BRAND SEMINAR & WORKSHOP

August 13th, 2014

ดร.สรณ์ จงศรีจันทร์ ได้บรรยายและจัดทำ Workshop ให้กับพนักงานของ Sungroup เกี่ยวกับศิลปะการคิด เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2557 ที่สำนักงาน อ.วังม่วง จ.สระบุรี

Categories: Uncategorized | No Comments

คุณอยากจะขายอะไร?

August 3rd, 2014

ผมได้มีโอกาสเดินทางไปพักผ่อนกับภรรยาในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ที่ประเทศไต้หวัน เป็นเวลา 6 วัน

การเดินทางไปเที่ยวในครั้งนี้ไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันตามลำพัง 2 คน เนื่องจากไม่มีเวลาเตรียมตัว เลยตัดสินใจใช้บริการบริษัททัวร์ที่มีชื่อเสียง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางพร้อมที่พักและอาหารทุกมื้อ อยู่ในระดับราคาที่คนทั่วไปจะรับได้

คณะที่เดินทางไปพร้อมกันในเที่ยวนี้มีทั้งหมด 32 คน รวมมัคคุเทศก์คนไทย 1 คนที่มีประสบการณ์สูงมาก เหมือนกับหลายๆคณะทัวร์ที่ผมเดินทางไปหลายประเทศ ก็จะมีผู้ร่วมเดินทางทุกเพศ ทุกวัย ลูกทัวร์ที่ไปกับคณะเราในครั้งนี้มีอายุน้อยที่สุด 3 ขวบ เป็นลูกสาวของคุณหมอท่านหนึ่งจากโรงพยาบาลในจังหวัดสกลนคร

และมีลูกทัวร์อีกท่านหนึ่งที่มีอายุมากที่สุดในคณะเดินทางของเรา ท่านทำอาชีพอะไร ไม่มีใครทราบ แต่หลายๆคนจะเรียกท่านว่า “อาเจ๊ก” ท่านมีอายุ 75 ปี ที่ดูไม่เหมือน 75 ปีเอาเลย เพราะดูแข็งแรงมาก เดินเร็ว ยืนตัวตรง พูดจาชัดถ้อยชัดคำ ผมยังนึกว่าท่านอายุเพียง 60 ปีต้นๆด้วยซ้ำ แต่ท่านมีลูกชายอายุประมาณ 30 ปีเดินทางมาเป็นเพื่อน เพื่อดูแลเอาใจใส่คุณพ่อตัวเอง ดูแล้วน่าประทับใจมาก มีความกตัญญูสูงมาก ถึงแม้ว่าหนุ่มคนนี้จะดูไม่ค่อยสนุกกับการเดินทางไปไต้หวันสักเท่าใด

ผมอาจจะสังเกตจากการที่หนุ่มคนนี้ไม่สุงสิงกับใครเลย ไม่พกกล้องถ่ายรูป ไม่สนใจมัคคุเทศก์ที่พยายามจะอธิบายหรือบรรยายเรื่องราวต่างๆของสถานที่ท่องเที่ยวให้พวกเราฟัง และคอยโทรศัพท์ทางไกลกลับประเทศไทยเป็นระยะๆ

ลูกทัวร์ที่ร่วมคณะเดินทางมีหลากหลายอาชีพเช่นเดียวกัน นอกเหนือจากความหลากหลายของอายุ

มีคุณหมอ 4 คน ข้าราชการระดับสูงที่เพิ่งจะเกษียณ เจ้าของธุรกิจขนาดพันล้าน ผู้ประกอบการ SME ในหลายประเภทธุรกิจ อดีตนักกีฬาทีมชาติ อาจารย์ นักการตลาด อดีตผู้บริหารระดับสูงบริษัทโฆษณา นักเรียนประถม นักเรียนอนุบาลและอื่นๆอีก

ต้องขอออกตัวก่อนว่าเพียงแค่ 32 ชีวิต มัคคุเทศก์ก็มีอาการปวดหัวตั้งแต่วินาทีแรก ด้วยความต้องการที่หลากหลาย ความคาดหวังที่มากเกินจริงของการเป็นผู้บริโภคอย่างพวกเราที่ยากจะตอบสนองได้ครบทุกคนในเวลาเดียวกัน

อย่างเช่นการรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ ก็ยังยากที่จะทำให้ทุกชีวิตบนโต๊ะอาหารมีรอยยิ้มได้

บางคนไม่ทานปลา ไม่ทานผัก ไม่ทานหมู ไม่ทานของมัน ไม่ทานของพิสดารเป็นต้น แต่เท่าที่แอบสังเกตในวันท้ายๆ ทุกคนชอบทานไข่เจียว แต่ก็ไม่มีไข่เจียวเสิร์ฟในช่วง 2-3 วันแรกๆ ซึ่งน่าเสียดายโอกาสที่ปล่อยให้หายไปในการสร้างหนึ่งในความประทับใจต่อกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ร่วมเดินทางอย่างพวกเรา

การเดินทางไปยังประเทศในแถบภูมิภาคเอเชียอย่างเช่น จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง เป็นธรรมเนียมที่บริษัททัวร์ทุกบริษัทจะต้องมีการสอดแทรกรายการ “ซื้อสินค้าท้องถิ่น” เข้าไปในโปรแกรมทัวร์ของแต่ละวัน

ในบางประเทศโดยเฉพาะการไปทัวร์ประเทศจีน บางคณะถึงขนาดต้องเข้าเยี่ยมชม และแวะซื้อของถึง 2 จุดในแต่ละวัน ซึ่งหนักหนาสาหัสสำหรับคณะเดินทางหรือลูกทัวร์พอสมควร

แทนที่จะได้เที่ยวและมีเวลาแวะในแต่ละสถานที่นานๆ มีเวลาถ่ายรูปเยอะๆ แต่กลับต้องเสียเวลาไปกับการแวะเข้าร้านขายสินค้าท้องถิ่นประเภทต่างๆ หมดเวลาไปเป็นชั่วโมงๆในแต่ละวัน

แล้วเกิดอะไรขึ้นกับคณะของผมที่ไปไต้หวันในคราวนี้?

ไม่ได้เป็นเรื่องผิดปกติ ทุกๆคนก็พอจะเดาได้ว่า เดี๋ยวเขาก็ต้องพาพวกเราเข้าร้านโน้น ออกร้านนี้ เพื่อไปหาซื้อของฝาก ของใช้ ติดตัวกลับเมืองไทย

เนื่องจากผมจำเป็นต้องหากรณีศึกษาเพื่อมาบรรยายเกี่ยวกับความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค โดยมีความคิดที่จะต้องแอบสังเกตและวิเคราะห์การทำธุรกิจของร้านขายของ
ฝากในไต้หวัน 3 ร้านที่พวกเราได้แวะเข้าไป แล้วเดี๋ยวในช่วงท้ายของบทความนี้ ผมจะลองถอดรหัสดูว่า ร้านใดน่าจะยั่งยืนที่สุด

ก่อนอื่นต้องอธิบายโดยย่อเกี่ยวกับเรื่องราวของร้านทั้ง 3 ประเภทนี้

1. ร้านขายหยก

มีหยกราคาตั้งแต่ 300 บาทไปจนถึงราคาหลาย 10 ล้านบาท

ห้ามถ่ายรูป
รูปแบบของงานดีไซน์ไม่ต่างจากสิ่งที่คนทั่วไปจะคุ้นชิน ในรูปทรงของตัวหยกเอง

มีสัตว์มงคลทุกชนิดที่เป็นหยก

มีวัตถุมงคลทุกชนิดที่เป็นหยก

มีความเป็นจีนสูงมาก

คนขายพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ การซื้อขายต้องให้มัคคุเทศก์ของเราช่วยทำหน้าที่เป็นล่ามในการแปล

ในร้านมีพื้นที่กว้างใหญ่มาก ไม่มีการแบ่งโซนให้เกิดความชัดเจน ไม่มี Theme หรือ Concept ที่ชัดเจน ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ข้างในดูกระจัดกระจายไปหมด พื้นที่มีขนาดกว้างใหญ่จนไม่สามารถต้อนให้พวกเราอยู่ได้แบบเป็นกลุ่ม เป็นก้อน เพื่อช้อนขึ้นมาในครั้งเดียวได้

ไม่มีการโน้มน้าวด้วยเรื่องราว ที่มาและที่ไป ว่าทำไมพวกเราถึงจะต้องซื้อหยก ขาดแบรนด์และเรื่องราวที่ดี โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ วัยรุ่นดูไม่ให้ความสนใจเอาเลยเพราะไม่มีอะไร โดยเฉพาะรูปแบบงานดีไซน์ที่จะโดนกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้

ที่สำคัญหยกแท้หรือหยกเทียม ไม่มีใครในคณะเราสามารถแยกได้ เพราะพวกเราไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านหยก

และที่น่าเป็นห่วงอีกข้อคือ คนขายที่มีอายุเฉลี่ยค่อนข้างสูงวัย ดูไม่กระตือรือร้น ลุ่มหลงในการบริการสักเท่าใด อยู่ไปวันๆ ขายไม่ได้ก็ยังคงได้เงินเดือนเหมือนเดิมแล้วจะเหนื่อยพูดปากเปียกปากแฉะโน้มน้าวลูกค้าไปทำไม

2. ร้านขายใบชาอู๋หลง

เจ้าของร้านใช้เวลาในการบรรยายเกี่ยวกับสรรพคุณของชาแต่ละประเภทนานถึง 30 นาที พูดภาษาไทยไม่เป็น ภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย ไม่เหมือนกับร้านขายยาต่างๆในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ผู้บรรยายพูดภาษาไทยแบบน้ำไหลไฟดับ คล่องเหมือนคนไทยอย่างไงอย่างงั้น สุดท้ายคนในแต่ละคณะเคลิ้มไปกับคารมของผู้บรรยายหมดเงินไปกันไม่มากก็น้อย ซึ่งต่างจากอาเฮียที่ร้านขายใบชาในไต้หวันนี้อย่างสิ้นเชิง

ราคาชาอู๋หลงน้ำหนัก 15 กรัม สูงถึง 2,500 บาท

หีบห่อบรรจุภัณฑ์ดูไม่มีเสน่ห์ ไม่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีให้เลือกเพียงขนาดเดียว คือกระป๋องที่บรรจุชาน้ำหนัก 150 กรัม

ไม่มีเรื่องราวที่น่าสนใจ น่าเสียดายบรรยากาศโดยรวมของร้านขายใบชานี้ ไม่มีกลิ่นอายและจิตวิญญาณของความเป็นต้นตำรับชาอู๋หลงที่ดี สุดยอด ไร้เทียมทาน

3. ร้านขายขนมพายสอดไส้สัปปะรด

หลายคนบอกว่าถ้าไม่ได้ลิ้มลองขนมพายสอดไส้สัปปะรดคุณก็ยังไปไม่ถึงไต้หวัน

มีการเล่าต่อๆกันว่าประธานาธิบดีเจียง ไค เช็ค ของไต้หวัน มีความชอบ

ส่วนตัวในการรับประทานพายสอดไส้สัปปะรดของร้านนี้เป็นพิเศษ จะแอบแวะมาซื้อเป็นครั้งเป็นคราว (จริงไม่จริงไม่ทราบ แต่มัคคุเทศก์เขาเล่าให้พวกเราฟัง)

ราคาต่อกล่องมีตั้งแต่ 100 กว่าบาทไปจนถึง 300 กว่าบาท

หีบห่อบรรจุภัณฑ์สวยมาก มีหลายขนาดให้เลือก

มีการให้ชิมกันอย่างไม่อั้น แบบไม่ต้องรับประทานอาหารกลางวันก็ได้บรรยากาศภายในร้านตกแต่งแบบเข้ายุค เข้าสมัย มีความเป็นจีน ผสมผสานกับความร่วมสมัยกันอย่างลงตัว

เมื่อซื้อหลายกล่องก็จะมีการแพ็คเข้ากล่องใหญ่ พร้อมผูกเชือก มีปากกาเมจิกให้เขียนชื่อ ที่อยู่ เพื่อไม่ให้หลง

มีระบบในการจ่ายเงินและรับสินค้าที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ลูกค้าในร้านจะมี 100 คนก็สามารถเอาอยู่ โดยถูกจัดแบ่งออกเป็นโซน เป็นชั้นแยกกันออกไป เช่น คณะคนไทยอยู่ชั้น 2 คณะคนเกาหลีอยู่ชั้น 1 คณะคนอินโดอยู่ชั้น 3 เป็นต้น ไม่กระจัดกระจาย แค่อ้าปากตะโกนก็ได้ยินกันหมด เหมือนถูกจับขังไว้ในสถานกักกันและมีผู้คุมคอยยุว่าสินค้าตัวนั้นดีอย่างไร ตัวนี้ดีอย่างไร

ใช้บัตรเครดิตได้

พนักงานทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส อยากจะได้เราเป็นลูกค้า ถึงแม้จะไม่สามารถพูดภาษาไทยได้ และอังกฤษได้ไม่ดีนัก แต่พวกเราก็ไม่สนใจ เพราะทุกอย่างได้ถูกอธิบายมาก่อนบนรถทัวร์ และมีการให้ชิมก่อนการตัดสินใจซื้อ

แล้วคุณอยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจใดจาก 3 ร้านนี้?

คำตอบที่ได้มาจากเสียงส่วนใหญ่เกือบ 100% อยากจะเป็นเจ้าของร้านขายพายสอดไส้สัปปะรด

เพราะอะไร?

1. ใครๆก็กินได้ ตั้งแต่เด็ก 3 ขวบไปจนถึงอาเจ๊กอายุ 75 ปี กินเองหรือซื้อไปฝากคนก็ไม่มีใครปฏิเสธ แต่ถ้าซื้อหยกไปฝากก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะชอบแบบหรือถือโชคลางอะไรหรือเปล่าถ้าโชคร้ายซื้อหยกปลอมไปฝากก็น่าจะเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร

2. ราคาถูกเมื่อเทียบกับราคาของหยกหรือใบชา

3. มีน้ำหนักเบา ไม่ต้องกลัวน้ำหนักเกิน ถึงแม้ว่าใบชาหรือหยกจะมีขนาดเบาก็ตาม แต่ราคาก็ยังเป็นปัจจัยหลักเมื่อคุณต้องซื้อไปฝากคนที่บ้าน หรือที่ทำงานด้วยจำนวนมากๆ อย่าลืมว่าคนไทยเป็นคนที่ชอบซื้อของฝาก

4. มีการสร้างความเชื่อต่อสินค้าด้วยเรื่องราวที่มาและที่ไปจนใครๆก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ (สินค้าก็ไม่ได้อร่อยแบบขั้นเทพตามความคาดหวังส่วนตัวของผม แต่ก็รับได้)

5. มีรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่โดดเด่น สะดุดตา มีหลายขนาดให้เลือกตามงบประมาณ และตามคุณลักษณะของกลุ่มเป้าหมายที่รอของฝากที่ประเทศไทย ถ้าเป็นเด็กหน่อยก็กล่องเล็กหน่อย ถ้าเป็นเจ้านายก็ต้องกล่องขนาดใหญ่ รวมทุกรส ซื้อไปให้ใครรับรองไม่เสียหน้า ด้วยภาพลักษณ์ที่สะท้อนถึงรสนิยมของผู้ซื้อ

สรุปแล้วความสำเร็จของแบรนด์ก็ขึ้นอยู่กับคำเพียงไม่กี่คำ ที่เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนความสำเร็จและยั่งยืน

ดี เด่น โดน ดัง

Categories: Articles Anything, BrandAnything | No Comments

KING TELECOM & CAT BRAND STRATEGY WORKSHOP

July 29th, 2014

ดร.สรณ์ จงศรีจันทร์ และทีมงานจัด BRAND STRATEGY WORKSHOP ให้กับผู้บริหารระดับสูงจากบริษัท KING TELECOM และ COMMUNICATION AUTHORITY OF THAILAND (CAT) ที่ PACIFIC CLUB ถนนสุขุมวิท เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2557

Categories: Uncategorized | No Comments

G-ABLE WORKSHOP

July 7th, 2014

ดร.สรณ์ จงศรีจันทร์ ได้รับเกียรติจากบริษัท G-ABLE ซึ่งเป็นบริษัทสารสนเทศที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและเป็นของคนไทย ให้บรรยายเกี่ยวกับ “แบรนด์นั้นสำคัญไฉน” ให้กับผู้บริหารและพนักงานกว่า 300 คน เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2557 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์

Categories: Uncategorized | No Comments

ฺBRAND WORKSHOP – BANGAOR CAR CENTER

July 7th, 2014

ดร.สรณ์ จงศรีจันทร์ และทีมงานได้จัดทำ Brand Workshop ครั้งที่ 2 ให้กับเจ้าของและครอบครัวของธุรกิจบางอ้อ คาร์เซ็นเตอร์ เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2557 ที่สำนักงานใหญ่ย่านบางอ้อ

Categories: Uncategorized | No Comments

จินตนาการ…วิชาการ

July 4th, 2014

“จินตนาการมีความสำคัญมากกว่าความรู้” อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

ประเทศไทยเป็นประเทศแห่งความเห็นไม่ค่อยจะเป็นประเทศแห่งความคิด

สังเกตดูง่ายๆจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ประเทศไทยช่วงระหว่างเดือนกันยายน ถึง พฤศจิกายนที่เพิ่งผ่านไป

เราจะเห็นนักวิชาการจากหลากหลายสำนักหรือสถาบันการศึกษาออกมาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นจากมหาอุทกภัยในทุกแง่มุม

นักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญเกือบทุกท่านต่างมีความเห็นที่แตกต่างกัน บ้างก็ทำตัวเป็นซินแสพยากรณ์ไปไกลถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาจากเหตุการณ์ดังกล่าว

บางท่านถึงขนาดเอาตำแหน่งของตัวเองในฐานะที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในภาครัฐบาลออกมาการันตีว่ายังไงสนามบินดอนเมืองหรือกรุงเทพน้ำจะไม่มีวันท่วม

เพียงไม่กี่วันน้ำก็เข้าท่วมสนามบินดอนเมืองและกรุงเทพชั้นนอกแบบตั้งตัวไม่ทัน

ขนาด ศปภ. เองก็ยังเอาตัวไม่รอด จำเป็นต้องย้ายศูนย์ปฏิบัติการจากสนามบินดอนเมืองไปยังอาคารเอนโก้ บริเวณเขตจตุจักร

ถ้าเราเอาพื้นที่ข่าวจากทุกสื่อมาร้อยเรียงเป็นเวลาและเนื้อที่ ผมเชื่อได้เลยว่ามูลค่าถ้าเราคิดเป็นราคาค่าสื่อน่าจะไม่ต่ำกว่าหลายร้อยล้านบาท
แล้วพวกเราในฐานะประชาชนคนธรรมดาได้อะไรจากข้อมูลข่าวสารเหล่านี้

ความสับสน งุนงงจากความคิดเห็นมากกว่าวิธีการจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม อย่างเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพจากผู้เชี่ยวชาญในสายอาชีพนั้น
ความคิดต่างจากความเห็น

คุณต้องใช้เวลาในการคิดในขณะที่คุณสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างง่ายกว่า ด้วยประเด็นที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีตหรือประเด็นที่เกิดขึ้นรอบๆตัวคุณ

มันเป็นสิ่งที่เวียนว่ายอยู่ใกล้ตัวคุณแบบที่ใครๆก็สามารถพูดได้อย่างที่คุณกำลังจะพูดในเชิงความเห็น

ประเภทที่ว่าพูดกันไปวันๆ จะจริงก็ได้ จะเท็จก็ไม่เชิง เพราะมันเป็นความเห็น

ดูแล้วไม่ต้องรับผิดชอบเท่าใดนัก

ความคิดกับจินตนาการเป็นสิ่งที่เดินไปข้างหน้าอย่างพร้อมเพรียงกัน

จินตนาการก็ต่างจากวิชาการไม่มากก็น้อย

จินตนาการไม่มีรูปทรงสัณฐานที่คุณสามารถจับต้องได้ ไม่ใช่รูปทรงสี่เหลี่ยมหรือทรงกลมใดๆทั้งสิ้น

ในขณะที่วิชาการมีความเป็นระบบ มีที่มาและที่ไป จากซ้ายไปขวา จากบนลงล่าง

วิชาการได้ถูกรวบรวมจากสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตมาเป็นทฤษฎี แนวคิดหรือหลักการ

จินตนาการมักมีความเกี่ยวเนื่องกับสิ่งที่ยังไม่เคยเกิดขึ้น มีความเกี่ยวเนื่องกับความทะเยอทะยานหรือความฝันของใครบางคน เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เรามักจะเรียกว่าความคิดสร้างสรรค์หรือนวัตกรรมที่สามารถขับเคลื่อนและเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตมนุษย์บนโลกใบนี้ให้ดีขึ้นได้

บุคคลผู้มีชื่อเสียงเหล่านี้ต่างก็ได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้บริโภคบนโลกใบนี้มาแทบทั้งนั้น

John F. Kennedy อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาได้สร้างประวัติศาสตร์ให้ชาวโลกได้รู้ว่ามนุษย์สามารถเดินทางไปยังดวงจันทร์และเหยียบบนดวงจันทร์ได้
Akio Morita อดีตประธานบริษัทโซนี่ เป็นผู้สร้างแนวคิดของการนำความสุขจากเสียงเพลงออกจากบ้านไปที่ไหนก็ได้ด้วยแบรนด์ Sony Walkman ที่เปิดตัวในเดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ. 1979

Steve Job อดีตประธานบริษัท Apple เป็นผู้เปลี่ยนแปลงให้ผู้บริโภคทั้งโลกได้ใช้เทคโนโลยีที่ยุ่งยากซับซ้อนได้อย่าง่ายดายมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญได้กลายพันธุ์ให้เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันที่ดูดีได้

ความแตกต่างของแบรนด์ทั้งหลายบนโลกใบนี้ล้วนมาจากเบื้องหลังของผู้ที่มีจินตนาการสูงๆแทบทั้งสิ้น

แบรนด์ที่ประสบกับความสำเร็จและอยู่ในใจของผู้บริโภคจำเป็นต้องมีความโดดเด่นและแตกต่าง

ความโดดเด่นและความแตกต่างย่อมสร้างคุณค่าที่สูงกว่าให้กับแบรนด์ สร้างมูลค่าในด้านราคาที่ดีให้กับแบรนด์โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องขายของถูกอยู่เสมอไปและท้ายที่สุด

สามารถสร้างค่านิยมในกลุ่มผู้บริโภคต่อแบรนด์ได้เหนือชั้นกว่า

คงไม่มีตำราใดในโลกในเชิงวิชาการที่จะทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จและยั่งยืนได้

หนังสือที่มีขายอยู่ในท้องตลาดล้วนเป็น how to และทำไมเมื่ออ่านจบแล้ว ปฏิบัติตามก็แล้ว ครั้งแล้วครั้งเล่าก็ยังไม่รวยสักที

ที่ยังไม่รวยสักทีก็เพราะตำราก็คือวิชาการที่ถูกเรียบเรียงให้เป็นแค่แนวคิดและหลักการเท่านั้น

แนวคิดและหลักการย่อมอยู่เหนือทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ต้องไม่ลืมที่จะผสมผสานจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์เข้าไปเพื่อให้เกิดความสมดุล

Logic เป็นสิ่งที่ดีแต่ก็ต้องมี Magic เข้าไปเพื่อสร้างเสน่ห์ให้ดูดียิ่งขึ้น

ลองย้อนกลับมาดูวิถีชีวิตของผู้บริโภคในวันนี้กันบ้าง

จากที่เคยมีโทรศัพท์บ้านก็มีโทรศัพท์มือถือ

จากที่เคยมีโทรศัพท์มือถือก็มีอะไรไม่รู้ที่เรียกว่า Smart Phone

จากที่เคยมีและยังมี Smart Phone อยู่ก็มีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า ipad หรือ Tablet ที่มีความสามารถในการติดต่อสื่อสาร ค้นหา และรับส่งข้อมูลได้อย่างไร้เทียมทาน

ในเชิงวิชาการเราคงรู้ว่าผู้บริโภคต้องการอะไร ทิศทางของเทคโนโลยีจะมุ่งไปทางไหน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลที่พอจะเดาได้

ในเชิงจินตนาการ แบรนด์ชั้นนำของโลกในแต่ละอุตสาหกรรมคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อรังสรรค์ในสิ่งที่เรียกว่านวัตกรรมทางความคิด ไปดักจับความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค

แบรนด์ชั้นนำของโลก ไม่เพียงต้องการส่วนแบ่งทางการตลาดและรายได้ที่เป็นกอบเป็นกำ

แบรนด์ชั้นนำของโลกยังต้องการความเป็นผู้นำทางด้านชื่อเสียงที่ดูมีคุณค่ามากกว่าสิ่งที่จับต้องได้

แบรนด์บางแบรนด์ไม่ได้เป็นแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่กลับถูกยอมรับจากผู้บริโภคส่วนใหญ่ว่าเป็นแบรนด์ที่ดีที่สุด

ผมเชื่อว่าผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์ที่ยิ่งใหญ่ต้องมีความมุ่งมั่น ทุ่มเท แรงบันดาลใจ จินตนาการเพื่อผลักดันให้แบรนด์ของตนมุ่งไปสู่ความเป็นเลิศ

Categories: Articles Anything, Uncategorized | No Comments

RIGID FOAM CO.,LTD BRAND WORKSHOP

June 30th, 2014

ดร.สรณ์ จงศรีจันทร์ และทีมงานจัด BRAND WORKSHOP ครั้งที่ 1 ให้กับเจ้าของและผู้บริหารบริษัท RIGID FOAM จำกัด เพื่อวางกลยุทธ์การสร้างแบรนด์และการตลาด เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2557 ที่ผ่านมา

Categories: Uncategorized | No Comments

The Power of Brand Seminar

June 30th, 2014

ดร.สรณ์ จงศรีจันทร์ ได้รับเกียรติไปบรรยายเกี่ยวกับ “แบรนด์นั้นสำคัญไฉน” (The Power of Brand Seminar) ที่ศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศใน สวทช. ให้กับผู้บริหารและเจ้าหน้าของ สวทช. ตลอดจนผู้สนใจจากหลากหลายประเภทธุรกิจ เมือ่วันที่ 24 มิ.ย. 2557

Categories: Uncategorized | No Comments