จินตนาการ…วิชาการ

July 4th, 2014

“จินตนาการมีความสำคัญมากกว่าความรู้” อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

ประเทศไทยเป็นประเทศแห่งความเห็นไม่ค่อยจะเป็นประเทศแห่งความคิด

สังเกตดูง่ายๆจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ประเทศไทยช่วงระหว่างเดือนกันยายน ถึง พฤศจิกายนที่เพิ่งผ่านไป

เราจะเห็นนักวิชาการจากหลากหลายสำนักหรือสถาบันการศึกษาออกมาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นจากมหาอุทกภัยในทุกแง่มุม

นักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญเกือบทุกท่านต่างมีความเห็นที่แตกต่างกัน บ้างก็ทำตัวเป็นซินแสพยากรณ์ไปไกลถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาจากเหตุการณ์ดังกล่าว

บางท่านถึงขนาดเอาตำแหน่งของตัวเองในฐานะที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในภาครัฐบาลออกมาการันตีว่ายังไงสนามบินดอนเมืองหรือกรุงเทพน้ำจะไม่มีวันท่วม

เพียงไม่กี่วันน้ำก็เข้าท่วมสนามบินดอนเมืองและกรุงเทพชั้นนอกแบบตั้งตัวไม่ทัน

ขนาด ศปภ. เองก็ยังเอาตัวไม่รอด จำเป็นต้องย้ายศูนย์ปฏิบัติการจากสนามบินดอนเมืองไปยังอาคารเอนโก้ บริเวณเขตจตุจักร

ถ้าเราเอาพื้นที่ข่าวจากทุกสื่อมาร้อยเรียงเป็นเวลาและเนื้อที่ ผมเชื่อได้เลยว่ามูลค่าถ้าเราคิดเป็นราคาค่าสื่อน่าจะไม่ต่ำกว่าหลายร้อยล้านบาท
แล้วพวกเราในฐานะประชาชนคนธรรมดาได้อะไรจากข้อมูลข่าวสารเหล่านี้

ความสับสน งุนงงจากความคิดเห็นมากกว่าวิธีการจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม อย่างเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพจากผู้เชี่ยวชาญในสายอาชีพนั้น
ความคิดต่างจากความเห็น

คุณต้องใช้เวลาในการคิดในขณะที่คุณสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างง่ายกว่า ด้วยประเด็นที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีตหรือประเด็นที่เกิดขึ้นรอบๆตัวคุณ

มันเป็นสิ่งที่เวียนว่ายอยู่ใกล้ตัวคุณแบบที่ใครๆก็สามารถพูดได้อย่างที่คุณกำลังจะพูดในเชิงความเห็น

ประเภทที่ว่าพูดกันไปวันๆ จะจริงก็ได้ จะเท็จก็ไม่เชิง เพราะมันเป็นความเห็น

ดูแล้วไม่ต้องรับผิดชอบเท่าใดนัก

ความคิดกับจินตนาการเป็นสิ่งที่เดินไปข้างหน้าอย่างพร้อมเพรียงกัน

จินตนาการก็ต่างจากวิชาการไม่มากก็น้อย

จินตนาการไม่มีรูปทรงสัณฐานที่คุณสามารถจับต้องได้ ไม่ใช่รูปทรงสี่เหลี่ยมหรือทรงกลมใดๆทั้งสิ้น

ในขณะที่วิชาการมีความเป็นระบบ มีที่มาและที่ไป จากซ้ายไปขวา จากบนลงล่าง

วิชาการได้ถูกรวบรวมจากสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตมาเป็นทฤษฎี แนวคิดหรือหลักการ

จินตนาการมักมีความเกี่ยวเนื่องกับสิ่งที่ยังไม่เคยเกิดขึ้น มีความเกี่ยวเนื่องกับความทะเยอทะยานหรือความฝันของใครบางคน เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เรามักจะเรียกว่าความคิดสร้างสรรค์หรือนวัตกรรมที่สามารถขับเคลื่อนและเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตมนุษย์บนโลกใบนี้ให้ดีขึ้นได้

บุคคลผู้มีชื่อเสียงเหล่านี้ต่างก็ได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้บริโภคบนโลกใบนี้มาแทบทั้งนั้น

John F. Kennedy อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาได้สร้างประวัติศาสตร์ให้ชาวโลกได้รู้ว่ามนุษย์สามารถเดินทางไปยังดวงจันทร์และเหยียบบนดวงจันทร์ได้
Akio Morita อดีตประธานบริษัทโซนี่ เป็นผู้สร้างแนวคิดของการนำความสุขจากเสียงเพลงออกจากบ้านไปที่ไหนก็ได้ด้วยแบรนด์ Sony Walkman ที่เปิดตัวในเดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ. 1979

Steve Job อดีตประธานบริษัท Apple เป็นผู้เปลี่ยนแปลงให้ผู้บริโภคทั้งโลกได้ใช้เทคโนโลยีที่ยุ่งยากซับซ้อนได้อย่าง่ายดายมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญได้กลายพันธุ์ให้เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันที่ดูดีได้

ความแตกต่างของแบรนด์ทั้งหลายบนโลกใบนี้ล้วนมาจากเบื้องหลังของผู้ที่มีจินตนาการสูงๆแทบทั้งสิ้น

แบรนด์ที่ประสบกับความสำเร็จและอยู่ในใจของผู้บริโภคจำเป็นต้องมีความโดดเด่นและแตกต่าง

ความโดดเด่นและความแตกต่างย่อมสร้างคุณค่าที่สูงกว่าให้กับแบรนด์ สร้างมูลค่าในด้านราคาที่ดีให้กับแบรนด์โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องขายของถูกอยู่เสมอไปและท้ายที่สุด

สามารถสร้างค่านิยมในกลุ่มผู้บริโภคต่อแบรนด์ได้เหนือชั้นกว่า

คงไม่มีตำราใดในโลกในเชิงวิชาการที่จะทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จและยั่งยืนได้

หนังสือที่มีขายอยู่ในท้องตลาดล้วนเป็น how to และทำไมเมื่ออ่านจบแล้ว ปฏิบัติตามก็แล้ว ครั้งแล้วครั้งเล่าก็ยังไม่รวยสักที

ที่ยังไม่รวยสักทีก็เพราะตำราก็คือวิชาการที่ถูกเรียบเรียงให้เป็นแค่แนวคิดและหลักการเท่านั้น

แนวคิดและหลักการย่อมอยู่เหนือทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ต้องไม่ลืมที่จะผสมผสานจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์เข้าไปเพื่อให้เกิดความสมดุล

Logic เป็นสิ่งที่ดีแต่ก็ต้องมี Magic เข้าไปเพื่อสร้างเสน่ห์ให้ดูดียิ่งขึ้น

ลองย้อนกลับมาดูวิถีชีวิตของผู้บริโภคในวันนี้กันบ้าง

จากที่เคยมีโทรศัพท์บ้านก็มีโทรศัพท์มือถือ

จากที่เคยมีโทรศัพท์มือถือก็มีอะไรไม่รู้ที่เรียกว่า Smart Phone

จากที่เคยมีและยังมี Smart Phone อยู่ก็มีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า ipad หรือ Tablet ที่มีความสามารถในการติดต่อสื่อสาร ค้นหา และรับส่งข้อมูลได้อย่างไร้เทียมทาน

ในเชิงวิชาการเราคงรู้ว่าผู้บริโภคต้องการอะไร ทิศทางของเทคโนโลยีจะมุ่งไปทางไหน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลที่พอจะเดาได้

ในเชิงจินตนาการ แบรนด์ชั้นนำของโลกในแต่ละอุตสาหกรรมคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อรังสรรค์ในสิ่งที่เรียกว่านวัตกรรมทางความคิด ไปดักจับความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค

แบรนด์ชั้นนำของโลก ไม่เพียงต้องการส่วนแบ่งทางการตลาดและรายได้ที่เป็นกอบเป็นกำ

แบรนด์ชั้นนำของโลกยังต้องการความเป็นผู้นำทางด้านชื่อเสียงที่ดูมีคุณค่ามากกว่าสิ่งที่จับต้องได้

แบรนด์บางแบรนด์ไม่ได้เป็นแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่กลับถูกยอมรับจากผู้บริโภคส่วนใหญ่ว่าเป็นแบรนด์ที่ดีที่สุด

ผมเชื่อว่าผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์ที่ยิ่งใหญ่ต้องมีความมุ่งมั่น ทุ่มเท แรงบันดาลใจ จินตนาการเพื่อผลักดันให้แบรนด์ของตนมุ่งไปสู่ความเป็นเลิศ

Categories: Articles Anything, Uncategorized |

Leave a comment

You must be logged in to post a comment.