การเปลี่ยนแปลงคือการไม่เปลี่ยนแปลง
December 1st, 2009
การเปลี่ยนแปลงคือการไม่เปลี่ยนแปลง (ตอนแรก)
โดย สรณ์ จงศรีจันทร์
ผมไม่ได้เห่อตามกระแสประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา บารัค โอบามา ที่ท่านได้นำแนวคิดของการเปลี่ยนแปลงเข้ามาสร้างความเชื่อมั่น ความมั่นคงและการกินดี อยู่ดี ให้กับชาวอเมริกันในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจครั้งยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2551
บทเรียนของหายนะทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ส่งผลให้บริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ต้องถึงกับล้มละลายหรือไม่ก็ต้องควบรวมกิจการกับธุรกิจประเภทเดียวกัน เพื่อให้ตัวเองอยู่รอด ผนวกกับอัตราตัวเลขของคนว่างงานในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลกที่กำลังทะยานพุ่งสูงขึ้นทุกวันจนน่าใจหาย
ประมาณการว่าเฉพาะในประเทศไทยประเทศเดียวตัวเลขคนว่างงานมีสิทธิ์พุ่งขึ้นแตะ 2 ล้านคนในช่วงสิ้นปี 2552 นี้
ทุกอย่างรอบตัวเรามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่ในปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงมักจะเกิดขึ้นในทางลบมากกว่าทางบวก
ผมกล้าท้าได้เลยว่าเหตุการณ์ของความล้มเหลวในเศรษฐกิจโลกในช่วงที่ผ่านมาเป็นความเสียหายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่คนในวันนี้จะต้องเรียนรู้ ไม่รู้ว่าจะโชคดีหรือโชคร้ายที่เราได้เจอปรากฏการณ์เหล่านี้ในช่วงที่ยังมีลมหายใจอยู่
ผมโดยส่วนตัวรู้สึกว่าโชคดีเพราะอย่างน้อยก็สามารถพูดให้ลูก ให้หลานฟังเกี่ยวกับกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นในช่วงปีสองปีที่เพิ่งผ่านไป
คนมีจิตใจโหดร้ายและรุนแรงมากขึ้นทุกวัน
คุณเคยเห็นฝูงชนปิดสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อปลายปี 2551 มาแล้ว การปิดสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในโลก ไม่มีประเทศไหนในโลกเคยทำมาก่อน
แล้วคุณก็คงเคยเห็นฝูงชนมหาศาลบุกปิดถนนสายสำคัญในกรุงเทพฯ ไม่กี่วันก่อนวันสงกรานต์ ทำให้การจราจรบนถนนหลายสายในกรุงเทพฯ ต้องหยุดชะงักเป็นอัมพาต
การประชุม Asian Summit +3 และ +6 ที่พัทยาเมื่อวันที่ 12 เมษายน จำเป็นต้องถูกยกเลิกด้วยความไม่ปลอดภัยของผู้นำประเทศ ครอบครัวและผู้ติดตาม เพราะโดนฝูงชนกลุ่มใหญ่บุกเข้าไปถึงศูนย์ประชุมในตัวโรงแรม รอยัล คลิฟ บีช พัทยา โดยที่กลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารหลายร้อยนายก็ยังไม่สามารถยับยั้งความตั้งใจของฝูงชนกลุ่มใหญ่ที่ไม่ต้องการให้มีการประชุม Asian Summit +3 และ +6 เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ชาวโลกต่างพากันตะลึงกับเหตุการณ์ที่รถประจำตำแหน่งของท่านนายกอภิสิทธิ์โดนรุมทุบตีที่พัทยา และที่เลวร้ายที่สุดคือวันที่ท่านนายกแถลงข่าวที่กระทรวงมหาดไทย หลังจากนั้นมีฝูงชนกลุ่มใหญ่ปิดล้อมรถประจำตำแหน่งไม่ให้เคลื่อนออกจากกระทรวง มีคนเป็นร้อยและพระ 1 รูปรุมทุบตีขว้างของ (กระถางต้นไม้และอิฐบล็อกบนถนน) เข้าใส่รถของท่านที่มีรองนายกสุเทพ เทือกสุบรรณนั่งมาด้วย
โชคดีที่รถของท่านนายกเป็นรถ Benz กันกระสุน ไม่เช่นนั้นเราคงได้ไปเยี่ยมท่านที่โรงพยาบาลไหนโรงพยาบาลหนึ่งกันแน่
คงไม่ต้องพูดถึงท่านเลขานายกรัฐมนตรี คุณนิพนธ์ พร้อมพันธ์ ที่ทั้งรถ BMW Series 7 พังยับเยิน ตัวท่านและคนขับถึงขนาดต้องหามส่งโรงพยาบาล
จริงไหมที่คนกำลังเปลี่ยนไป
ผมมาลองคิดเล่นๆดูว่าทำไมคนถึงเปลี่ยนไปได้มากมายขนาดนี้ เมื่อเทียบกับสมัยก่อนที่มีการชุมนุมต่อต้านอะไรสักอย่าง มักจะมีกรอบ มีกฎ มีกติกา ที่คนหมู่มากต้องเคารพและถือปฏิบัติ
1. เศรษฐกิจ
เมื่อเศรษฐกิจตกต่ำย่อมพาให้คนสูญเสียโอกาสในรายได้ที่เคยได้รับ
เช่นอาจจะตกงาน ถูกตัดเงินเดือนหรือ ทำงานในจำนวนวันที่ลดลง โดยเฉพาะเมื่อตัวเองต้องตกงานจึงทำให้มีเวลาว่างมากส่งผลให้คิดฟุ้งซ่านและใช้เวลาว่างนั้นให้เป็นโทษมากกว่าเป็นประโยชน์
2. ความชอบส่วนตัว
รัฐบาลชุดหนึ่งมีภาพลักษณ์ที่ดีและได้รับการยอมรับในคนกลุ่มหนึ่ง
ในจังหวัดหนึ่ง ในภาคหนึ่ง ในขณะที่รัฐบาลอีกชุดก็มีภาพลักษณ์และการยอมรับในคนอีกกลุ่มหนึ่งแบบเดียวกัน
3. ความใจแคบ
คนมักจะคิดว่าความคิดของตัวเองถูกเสมอและไม่เคยแม้จะลองฟัง
ความคิดเห็นของผู้อื่นที่อาจจะดีกว่า ที่สำคัญคือการไม่ถอยหลัง 1 ก้าวเพื่อเรียนรู้อะไรใหม่ๆ เติมสิ่งดีๆให้กับชีวิต
4. ผลประโยชน์ส่วนตัว
ถ้าทุกคนคิดแบบไม่เอาผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้ง โลกใบนี้คง
สงบและน่าอยู่กว่าเดิม การเปลี่ยนแปลงไปในทางรุนแรงเกิดขึ้นด้วยความคาดหวังที่จะได้ผลประโยชน์กลับมาที่ตนวันใดวันหนึ่งหลังจากที่ตนได้ชัยชนะนั้นมา
5. มีลูกบ้าและกล้า
คนชอบทำอะไรในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่ถูกข้อร้องหรือบังคับให้ทำ
เช่นให้ไปซ้ายก็จะไปทางขวา ให้หยุดก็จะเดิน เป็นต้น
6. อยากลองของ
เมื่อบอกว่าถ้าชุมนุมเกิน 5 คนก็จะถูกดำเนินคดีก็อยากจะรู้ว่าทหาร
หรือตำรวจกล้าพอที่จะจับกุมหรือไม่ คนชอบลองอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ เพราะเกิดมาเพียงชีวิตเดียว ไม่ลองก็ไม่รู้
7. เสียหน้าไม่ได้
เดี๋ยวเพื่อนจะหาว่าเราไม่เก่ง ไม่กล้าจริง ลองนึกถึงตัวเองตอนสมัย
วัยรุ่นว่าเคยรับคำท้าใครไว้แล้วยอมกลืนคำพูดหรือไม่
8. อยากเด่น อยากดัง
มีคนแต่งตัวเป็นแบทแมนออกมาเต้นแร้งเต้นกาต่อหน้ากลุ่มผู้ร่วม
ชุมนุมและกลุ่มทหารรักษาความสงบ มีคนออกมาทำอะไรแปลกๆเพื่อให้ตัวเองเด่นและดัง เพราะมีสื่อหลายแขนงที่คอยทำข่าว วันรุ่งขึ้นก็จะปรากฏรูปของตัวเองอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์ หน้าจอทีวี ในอินเตอร์เน็ท เป็นต้น
9. ความน้อยเนื้อต่ำใจ
คนมีรายได้น้อยมีทัศนคติแบบหนึ่ง
คนมีรายได้มากก็มีทัศนคติอีกแบบหนึ่ง
คนอยู่ต่างจังหวัดคิดอย่าง
คนอยู่ในเมืองใหญ่ๆก็คิดอีกอย่าง
คนระดับล่างมักจะไม่ลงรอยกับคนระดับบน บ่อยครั้งจะอยู่กันคนละ
ขั้ว และสิ่งนี้เป็นเรื่องปกติที่สามารถพบเห็นได้ในทั่วทุกวัฒนธรรม
10. เทคโนโลยี
เทคโนโลยีมีทั้งคุณและมีทั้งโทษ
คุณประโยชน์มีมากมหาศาลเพราะเทคโนโลยีเป็น Transformer ที่
เปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนให้เกิดความสะดวกสบายและรวดเร็ว
คุณคงขาดโทรศัพท์มือถือไม่ได้ในวันนี้
คุณอาจจะลืมเอาเงินติดตัวออกจากบ้านแต่คุณก็สามารถขอยืมเงินเพื่อนที่ออฟฟิศได้
แต่ถ้าคุณลืมโทรศัพท์มือถือไว้ที่บ้าน ผมรับรองได้ว่าคุณต้องเลี้ยวรถกลับบ้านไปเอาทันที เพราะในโทรศัพท์มือถือของคุณนอกเหนือจากเบอร์โทรศัพท์สำคัญๆที่คุณต้องใช้ในการติดต่อสื่อสารในแต่ละวัน คุณยังมีข้อมูลสำคัญต่างๆที่ถูกบันทึกไว้ในโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นด้วย
แล้วทำไมเทคโนโลยีเกี่ยวข้องกับความรุนแรงที่เกิดขึ้น
ผมได้รับ SMS เยอะมากจากเหตุการณ์ชุมนุมครั้งสำคัญในเดือนเมษายนช่วงสงกรานต์
มีคนส่งข้อความที่โจมตีกันไปกันมาและข้อความเชื้อเชิญให้ไปสมทบกันร่วมชุมนุม เพราะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ใช้ความรุนแรงเข้าสลายผู้เข้าร่วมชุมนุม มีคนบาดเจ็บหรือแม้กระทั่งถึงเสียชีวิต เป็นต้น
ในช่วง 3-4 วันของสงกรานต์วิปโยค ผมได้สังเกตเห็นโอกาสทางธุรกิจมากมายในเชิงความคิดสร้างสรรค์ โอกาสที่ผมจะเล่าสู่กันฟังจะเป็นจริงหรือไม่ผมไม่ทราบ ขอเพียงแค่คิดดังๆและนอกกรอบดูจะถูกหรือผิดเป็นแค่ความคิดเห็นส่วนตัว
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
Categories: Articles Anything | Tags: การเปลี่ยนแปลงคือการไม่เปลี่ยนแปลง, สรณ์ จงศรีจันทร์ | No Comments


