Jiang Group Seminar & Workshop

December 29th, 2011

Seminar และ Workshop สำหรับผู้บริหารและระดับผู้จัดการรวมทั้งสิ้น 20 ท่าน ใน 32 บริษัทภายใต้ Jiang International ที่โรงแรม TIP จังหวัด หนองคาย เมื่อวันที่ 16 ธ.ค 2554

Categories: Uncategorized | No Comments

CDG Workshop

December 29th, 2011

Brand Workshop สำหรับกลุ่มผู้บริหาร 5 บริษัทในกลุ่ม CDG Group เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2554 ที่ Four Wing Hotel สุขุมวิท 26

Categories: Uncategorized | No Comments

พลาดไม่ได้!!! SME ตีแตก รอบตัดสินสุดยอดธุรกิจแห่งปี 2554

November 22nd, 2011

พวกเราชาว SME ห้ามพลาดเด็ดขาดนะ รอบนี้เป็นรอบตัดสิน 8 ธุรกิจใครจะได้เป็นสุดยอดธุรกิจแห่งปี 2554

งานนี้มีกรรมสุดโหด 8 ท่านเข้าร่วมตัดสิน และอาจารย์สรณ์ จงศรีจันทร์เป็น 1 ในคณะกรรมการด้วยนะคะ โดยจะมีการอัดรายการกันในวันนี้คะ

ใครเชียร์ ใครลุ้นธุรกิจไหน ติดตามชมกันได้ในวันที่ 9 ธ.ค 2554 นี้นะคะ

แล้วมาลุ้นกันว่าใครจะเป็นสุดยอดธุรกิจค่ะ ^^

Categories: Uncategorized | No Comments

TLS GROUP SEMINAR IN RAYONG

November 22nd, 2011

ผ่านไปอีกงานนะคะ คราวนี้เป็นกลุ่มบริษัท TLS ที่มีบริษัททั้งในกรุงเทพฯ ชลบุรีและระยอง

หัวข้องานสัมมนาครั้งนี้คือ “จะอยู่รอดได้อย่างไรให้ยั่งยืน ในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้” งานนี้ได้มีพนักงานกว่า 50 ชีวิตของ TLS เข้าร่วมฟังสัมมนาและมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ออกความคิดเห็น และกิจกรรมต่างๆที่ทางอาจารย์รณ์ของเราได้จัดเตรีนมให้ เพื่อกระตุกต่อมความคิดสร้างสรรค์ของพนักงานทุกคน

สัมมนาดีๆแบบนี้ยังคงมีต่อไปอีกเรื่อยๆนะคะ เพราะถ้าหยุดเรียนรู้เท่ากับเราหยุดหายใจคะ Keep learning, Keep moving forward นะคะ

็Have a good day naka ^^

Categories: Uncategorized | No Comments

Sungroup เข้าเยี่ยมดูงานบริษัทในเครือ Group M

November 22nd, 2011

เมื่อวันที่ 16 พ.ย 2554 ที่ผ่านมา ทาง Group M บริษัทในเครือ WPP ที่ทำงานด้านการโฆษณา สื่อ ประชาสัมพันธ์ ได้เปิดบ้านให้ทาง Sungroup ได้เข้าเยี่ยมชม

โดยครั้งนี้ทางผู้บริหารบริษัทไม่ว่าจะเป็น Group M, Media Edge CIA, Kinetic, Mindshare และ MediaCom ได้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ^^

ต้องขอขอบพระคุณทาง Group M และบริษัทในเครือด้วยนะคะที่ให้โอกาสดีๆกับทาง Sungroup ได้เข้าไปศึกษา ดูงาน และยังมีการให้ความรู้อีกด้วย

แล้วพบกันใหม่นะคะ ^^

Categories: Uncategorized | No Comments

KSME 15 ณ จังหวัดภูเก็ต

October 7th, 2011

โครงการดีๆจาก KBANK – KSME 15 ณ จังหวัดภูเก็ต เป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการจะได้ยินได้ฟังมุมมอง แง่คิดดีๆในการทำธุรกิจ การสร้างแบรนด์ และการบริหารธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ โดยอาจารย์สรณ์ จงศรีจันทร์

จำนวนผู้เข้าร่วมยังคงล้นหลามอีกเช่นเดิม เรียกได้ว่า KBANK เค้าได้ให้สิ่งดีๆ ความหวังดีกับลูกค้าเสมอมาจริงๆ

แล้วพบกันครั้งหน้านะคะ ^^

Categories: Uncategorized | No Comments

KSME 15 มหาวิทยาลัยบูรพา, บางแสน จ.ชลบุรี

October 7th, 2011

อีกครั้งนะคะสำหรับโครงการ KSME โดยครั้งนี้เป็นรุ่นที่ 15 กันแล้ว สถานที่บรรยายคือมหาวิทยาลัยบูรพา บางแสนคะ

งานนี้อาจารย์สรณ์ของเราได้เป็นหนึ่งในผู้บรรยายด้วยคะ ^^

รุ่นนี้ก็ยังคงความหนาแน่นของผู้เข้าร่วมฟังบรรยายอีกเช่นเคยนะคะ ตั้งอกตั้งใจฟังกันอย่างไม่คลาดสายตากันเลยทีเดียว

BrandAnything จะนำสิ่งดีๆมาแบ่งปันกันอีกในครั้งต่อๆไปนะคะ ^^

Categories: Uncategorized | No Comments

บริจาคอาหาร สิ่งของช่วยน้ำท่วม อ.ท่าตูม จ.อุดรธานี

September 19th, 2011

ปีนี้เป็นปีแห่งน้ำจริงๆเลยนะคะ น้ำท่วมกว่าครึ่งประเทศไทย ทางไหนที่พวกเราชาวไทยจะช่วยเหลือ แบ่งปันกันได้ก็อย่านิ่งเฉยนะคะ

ครั้งนี้คุณสรณ์ และ SME จ.อุดรธานี ได้ร่วมกันบริจาคอาหาร น้ำให้กับผู้ประสบภัย อ.ท่าตูม จ. อุดรธานี

หากท่านใดสนใจร่วมบริจาคเพื่อช่วยผู้ประภัยน้ำท่วม สามารถติดต่อทาง BrandAnything ได้นะ เราเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการช่วยเหลือค่ะ หรือหากท่านใดสะดวกช่องทางไหนมากกว่าก็สามารถทำได้คะ ไม่ว่าจะเป็นการส่ง SMS การบริจาคเข้าบัญชีของรัฐ หรือสถานีโทรทัศน์ต่างๆ ก็ได้หมดเลยคะ คนไทยมีน้ำใจ ไม่ทิ้งกันนะคะ ^^

Categories: Gallery Anything | No Comments

วัฒนธรรม…วัฒน“กรรม”

September 16th, 2011

วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และเทศกาลเป็นสิ่งที่อยู่ควบคู่กับวิถีชีวิตของคนมายาวนาน

ไม่ว่าจะเป็นประเทศเล็ก ประเทศใหญ่ หรือประเทศระดับอภิมหาอำนาจต่างล้วนมีวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และเทศกาลกันทั่วหน้า

เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นประเทศเกิดใหม่หรือประเทศที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน ต่างก็มีวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีและเทศกาลแตกต่างกันไป

ถ้าลองมองย้อนกลับมาดูที่มาและที่ไปของวัฒนธรรมในมุมมองของนักการตลาดหรือนักสร้างแบรนด์ วัฒนธรรมเป็นกลไกตัวสำคัญตัวหนึ่งในการสร้างโอกาส ในการทำธุรกิจที่ช่วยต่อยอดให้ผู้ประกอบการประสบกับความร่ำรวยและมั่งคั่ง

ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจการคมนาคมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องต่างได้รับอานิสงจากวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และเทศกาลที่ถูกสร้างกันมาอย่างตลอดต่อเนื่อง

ลองนึกถึงตัวอย่างวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และเทศกาลของไทยเราในแต่ละช่วงเวลาของปีอย่างเช่น งานสงกรานต์ งานแห่เทียนเข้าพรรษา งานลอยกระทง

ธุรกิจที่ได้ประโยชน์เต็มๆจากเทศกาลเหล่านี้คือธุรกิจการท่องเที่ยวธุรกิจร้านอาหาร หรือแม้กระทั่งธุรกิจอัดขยายรูปเป็นต้น

ต้องขอบคุณวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และเทศกาลที่ได้สร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างมหาศาลให้กับคนทั้งโลก

ผมไม่มีข้อมูลทางวิชาการว่าธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และเทศกาล มีมูลค่าทางเศรษฐกิจของโลกเป็นอัตราส่วนเท่าใด หรือเป็นการว่าจ้างงานในอัตราส่วนเท่าใด แต่พอจะรู้ว่ารายได้จากการท่องเที่ยวที่มาจากการใช้เงินของคนในประเทศไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวประเทศไทย เป็นตัวเลขที่อยู่ประมาณอันดับ 1 ใน 3 ของรายได้รวมทางเศรษฐกิจทั้งประเทศ

การตลาดยุคใหม่ในปัจจุบันได้หยิบฉวยวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และเทศกาลมาเป็นกลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์กันอย่างแพร่หลาย

ทุกๆวันที่ 12 สิงหาคม ของแต่ละปีเป็นวันแม่แห่งชาติของคนไทย คุณจะเห็นแคมเปญหนึ่งในหลายๆแคมเปญของแบรนด์รังนก รณรงค์ให้คนรู้จักคุณค่าของความรัก โดยเฉพาะความรักความห่วงใยที่จะต้องมีให้กับคุณแม่ผู้บังเกิดเกล้า คุณจะต้องทดแทนพระคุณแม่ที่กำเนิดชีวิตคุณด้วยสิ่งดีๆที่มีคุณค่าอย่างสูงส่ง บอกรักคุณแม่ด้วยแบรนด์รังนกแท้ 100%

วันวาเลนไทน์ วันแห่งความรักสากลของคนทั่วโลกเป็นโอกาสที่สินค้าประเภทช๊อคโกแลตจะใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างรายได้ แทนที่คุณจะต้องซื้อดอกกุหลาบให้กับคนที่คุณรัก (ด้วยราคาที่แพงมากในช่วงเทศกาลพิเศษนี้กับความเหี่ยวเฉาที่จะตามมาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า) ทำไมไม่มอบช๊อคโกแลตแทนดอกกุหลาบ ราคาถูกกว่า เก็บได้นานกว่า อยู่ในรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่สวยหรูและแถมยังอร่อยปากอีกด้วย

ผมเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่จะรู้จักและมีโอกาสได้ไปเที่ยวตลาดน้ำอัมพวา จ.สมุทรสงคราม ตลาดสามชุก จ.สุพรรณบุรี หรือตลาดน้ำอโยธยา จ.อยุธยา ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยมือมนุษย์แบบอลังการงานสร้าง ใครเห็นต้องชมว่าทำไมสร้างได้ยิ่งใหญ่ขนาดนี้

ด้วยความเป็น “ตลาด” ที่มีวัฒนธรรมซ่อนอยู่ เรื่องราวที่เล่าต่อกันมาเป็นทอดๆ จึงทำให้ “ตลาด” เหล่านี้ได้รับการยอมรับและนิยมกันในวงกว้าง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก และรายได้จำนวนมากให้กับท้องถิ่นนั้นๆ

นักท่องเที่ยวมีความสุขที่ได้ซื้อรูปโปสการ์ด เสื้อยืดคอกลมที่มีชื่อของสถานที่นั้น คำขวัญแปลกๆที่เรียกเสียงฮาและความสนใจจากผู้พบเห็นได้เป็นอย่างดี

ความจริงเสื้อคอกลมสีขาวมีลวดลายพิมพ์อยู่กลางหน้าอกหาซื้อที่ไหนก็ได้ในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป เมื่อเทียบกับเสื้อยืดที่มีคุณภาพใกล้เคียงกันที่ขายในสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้น

คนซื้อคงไม่ได้เปรียบเทียบเส้นด้ายหรือเส้นใยผ้ากันแบบในห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ระหว่างของที่ซื้อจากตลาดน้ำอัมพวากับเสื้อยืดอีกตัวที่มีขายอยู่ที่ประตูน้ำ

ความแตกต่างของสินค้าไม่ได้ถูกกำหนดขึ้นจากคุณภาพหรือคุณลักษณะทางกายภาพที่จับต้องได้ แต่บ่อยครั้งความรู้สึกทางจิตใจจะมีอิทธิพลที่สูงกว่าและอยู่เหนือเหตุผลใดๆทั้งปวง

บ่อยครั้งราคาก็ไม่ได้เป็นดัชนีชี้วัดว่าของที่แพงกว่าจะมีคุณภาพที่ดีกว่าเสมอไป หรือโดนใจผู้บริโภคกว่าของที่อาจจะมีราคาที่ถูกกว่าด้วยซ้ำ

เรามักจะเรียกปรากฏการณ์ ความรู้สึกเหล่านี้ว่า “คุณค่า”

วัฒนธรรมก็เปรียบเสมือนคุณค่าที่ถูกฝังอยู่ในใจผู้บริโภค ฉันใดก็ฉันนั้น

เราจะชื่นชมและเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมต่างๆที่อยู่รอบตัวเรา

วัฒนธรรมถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของสิ่งที่ดีงาม เป็นที่ยอมรับและเป็นที่สืบต่อกันไปจากรุ่นสู่รุ่น

วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ถูกเปิดเผยออกสู่สังคม ไม่มีอะไรภายใต้วัฒนธรรมที่จำเป็นจะต้องถูกปิดบังซ่อนเร้น

วัฒนธรรมหรือวัฒน “กรรม”

คุณว่าระหว่างโรงภาพยนตร์ที่เรามักคุ้นกันกับโรงละคร สถานที่ใดมีจำนวนมากกว่ากัน

เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมามีเทศกาลประกวดภาพยนตร์ออสการ์ในสหรัฐอเมริกา และตามมาด้วยเทศกาลการประกวดภาพยนตร์ในประเทศไทย ที่มีลักษณะรูปแบบของงานที่คล้ายคลึงกัน เพื่อยกย่องศิลปิน นักแสดงดีเด่น ผู้กำกับหนังดีเด่น นักประพันธ์เพลงดีเด่น และอื่นๆอีกหลายแขนง

ภายหลังจากที่เทศกาลดังกล่าวได้เสร็จสิ้นลง ทันใดนั้นก็มีข่าวแพร่กระจายในวงกว้างทั่วโลก (ในระดับเทศกาลประกวดภาพยนตร์ออสการ์) ว่าศิลปิน นักแสดงหรือผู้กำกับคนใดได้รางวัลอะไรกันบ้าง

เคยย้อนกลับมาดูบ้างไหมว่ามีเวทีใดบ้างที่มีการประกวดละคร มหรสพ งิ้ว อะไรทำนองที่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมบนโลกใบนี้บ้างไหม

ในแต่ละยุคสมัยเมื่อความเจริญทางเศรษฐกิจได้แผ่ออกไปในทั่วทุกจังหวัดของประเทศไทย มีการเกิดขึ้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบของพลาซ่า ห้างสรรพสินค้า ไฮเปอร์มาร์ท และคอมมูนิตี้ มอลล์ ที่มีขนาดแตกต่างกันไปตามความเหมาะสม

สิ่งที่ติดพ่วงมาด้วยกันกับพลาซ่า คือการเกิดขึ้นของธุรกิจโรงภาพยนตร์ขนาดเล็กและขนาดกลางหลายๆโรงในพลาซ่านั้นๆที่กระจายกันอยู่ทั่วประเทศ สามารถรองรับวิถีชีวิตของคนที่อาศัยอยู่ตามหัวเมืองใหญ่ๆ

จะมีฝูงชนแห่เข้าไปดูภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์จำนวนมากมายมหาศาลโดยเฉพาะภาพยนตร์เรื่องที่นิยมในแง่มุมที่แตกต่างกันไป

ความสำเร็จที่ตามมาก็ย่อมสะท้อนรายได้ของภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ

เมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่เป็นโรงละครในประเทศไทย คงสามารถนับนิ้วกันได้ว่ามีเหลืออยู่กี่โรง ไม่ช้าไม่นานก็คงจะหายสิ้นกันไป

มนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์ที่แปลกประหลาด

มนุษย์มักจะชื่นชมและเห็นคุณค่าอย่างเหลือล้นกับสิ่งที่เป็น “วันนี้” และ “วันพรุ่งนี้” อะไรที่เป็น “อดีต” กลับไม่สามารถสร้างแรงดึงดูดได้ดีเท่ากับ “กระแสนิยม” หรือที่เข้าใจง่ายๆกับคำว่า “แฟชั่น”

การตลาดที่ต้องพึ่งพาการย้อนยุคกลับไปในอดีตก็คงมีเพียงแต่เรื่องของการท่องเที่ยว เช่น ไปดูสุสานหอยล้านปี อุทยานประวัติศาสตร์ วัดวาอาราม รอยเท้าไดโนเสาร์ เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้ทำเงินไม่ได้มากเท่ากับการตลาดสมัยใหม่ที่สร้างกลยุทธ์บนจินตนาการที่ยังไม่ได้เกิดขึ้น

ลองถามตัวเองดูว่าคุณไปพิพิธภัณฑ์ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ ไปดูโขน ดูละครไทยเมื่อไหร่

ในขณะที่รายได้จากภาพยนตร์ใหญ่อย่างเช่น อวตาร ทำเงินเกือบหมื่นล้านบาททั่วโลก

ดนตรีไทยประเภทตีขิม สีซอ ไม่มีแรงที่จะดึงดูดให้คนยุคปัจจุบันหันกลับเข้าไปชมได้อีก โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น

ในขณะที่นักร้องวงดนตรี K-POP จากประเทศเกาหลี กลับเรียกเสียงกรี๊ดจากกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นได้ บัตรราคาแพงเท่าใดก็ขายหมดในไม่กี่วัน มิหนำซ้ำยังมีขบวนไปเฝ้ารอรับกันถึงสนามบิน ตามกันมาจนถึงโรงแรม ร้องกรี๊ดกร๊าดกันสนั่นหน้าโรงแรมที่ศิลปินเหล่านี้พัก บ้างก็ถึงกับร้องไห้น้ำตาไหลอย่างไร้เหตุผล เมื่อเจอศิลปิน K-POP ตัวเป็นๆเดินออกมาผ่านฝูงชนแล้วหันมาประสานสายตากับตน จนขาอ่อนแทบจะสลบหัวฝาดพื้น

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาต้องชมประเทศเกาหลีว่าสามารถสร้างวัฒนธรรมระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เกาหลีไม่ได้มีวัฒนธรรมที่โดดเด่นเหมือนหลายประเทศในโลก

วัฒนธรรมในยุคโลกาภิวัตน์ของเกาหลีคือการสร้างกระบวนการรับรู้ผ่านการตลาดแบบบูรณาการ ใครต่อใครต้องหันกลับมาศึกษาและเรียนรู้ในกลยุทธ์การตลาดเชิงวัฒนธรรมของเกาหลี

แดจังกึมเป็นตัวอย่างที่ดีอันหนึ่ง ที่ได้ทำให้คนไทยแห่กันไปเที่ยวเกาหลี แห่ไปรอเข้าคิวรับประทานอาหารเกาหลี

เด็กหนุ่ม เด็กสาววัยรุ่นในปัจจุบันคลั่งไคล้ศิลปินเกาหลีมากกว่าที่จะคลั่งไคล้ศิลปวัฒนธรรมแบบไทยๆ ดูดีๆพวกคนหนุ่มสาวเหล่านี้ต่างมีหน้าตาและทรงผมเป็นแบบคนเกาหลีไปเรียบร้อยแล้ว

สินค้าและบริการอย่างเช่นมิสทีน วุฒิศักดิ์คลินิก นิติพนคลินิก ต่างได้ใช้กลยุทธ์ K-POP เป็นโอกาสทางการตลาดไปเรียบร้อยโรงเรียนเกาหลีแล้ว

Categories: Articles Anything, BrandAnything | No Comments

นวัตกรรม…นวัตธรรม

August 24th, 2011

นวัตกรรม (Innovation) ตามความหมายจากพจนานุกรมแปลว่าสิ่งใหม่ วิธีการใหม่ การนำสิ่งใหม่หรือวิธีการใหม่เข้ามา (Change, Alteration, Transformation)

นวัตกรรมต่างๆในโลกถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภค เพื่อให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นผลพลอยได้ที่ตามมา

แต่ในอีกแง่คิดนึง นวัตกรรมได้ถูกนำมาเป็นกลยุทธ์และอาวุธที่สำคัญอันหนึ่งต่อองค์กรในด้านการแข่งขันเพื่อนำพาให้องค์กรนั้นๆสามารถครอบครองความเป็นผู้นำในธุรกิจได้

การเป็น ผู้นำในธุรกิจหมายถึง ความได้เปรียบในเชิงพาณิชย์ ที่สามารถครองใจผู้บริโภคได้ ไม่ว่าจะเป็นภาพลักษณ์ ภาพพจน์ และท้ายสุดได้สร้างความจงรักภักดีในกลุ่มผู้บริโภค

บ่อยครั้งที่ผู้บริโภคยึดติดกับความเป็นที่หนึ่งของแบรนด์ต่างๆ

ผู้บริโภคน้อยรายที่จะลุ่มหลงและหลงใหลต่อแบรนด์ที่ไม่มีชื่อเสียง ไม่มีใครรู้จัก ความคุ้นเคยและเคยชินเป็นปัจจัยหลักซึ่งนำมาถึงความน่าเชื่อถือ ความมั่นใจและความภูมิใจในกลุ่มผู้บริโภค

นวัตกรรมเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคมองเห็นคุณค่าและชื่นชม แต่มีใครเคยคิดถึงการทำธุรกิจที่นำทั้งนวัตกรรมและนวัตธรรมควบคู่กันไปหรือเปล่า

นวัตธรรมคืออะไร

ความหมายและที่มาของคำว่า “ธรรม” ในภาษาไทยมีความหลากหลายในความเข้าใจ ในแต่ละมุมมอง ภาษาไทยมีเสน่ห์ที่คำหนึ่งคำสามารถถอดรหัส แปลความได้ในหลากหลายมิติ เมื่อคำ 2 คำถูกนำมาเชื่อมกัน

คุณธรรมและศีลธรรมในการทำธุรกิจที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีอยู่ในสายเลือด คุณธรรมและศีลธรรมเปรียบเสมือนบันไดขั้นแรกที่ผู้ประกอบการทุกรายจะต้องเหยียบเพื่อก้าวขึ้นต่อไปยังขั้นบันไดที่สูงขึ้น

นวัตธรรมเป็นพื้นฐานของขนบธรรมเนียมประเพณี ความเชื่อและศรัทธาจากบรรพบุรุษมาสู่มนุษย์ที่ดำรงชีวิตในปัจจุบัน

คนไทยมีวัฒนธรรมรับประทานข้าวเป็นอาหารหลัก

คนไทยมีวัฒนธรรมในการไหว้ต่อผู้หลัก ผู้ใหญ่หรือคนที่เราเคารพรักที่แสดงออกถึงมิตรไมตรีและมารยาทในสังคม

แต่ก็น่าเสียดายที่บ่อยครั้งเราไม่ได้รักษาขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมเหล่านี้ให้อยู่อย่างยั่งยืนต่อไป

คนไทยยังใส่สูทผูกเนคไทเข้าประชุมสภา ในขณะที่ผู้หลักผู้ใหญ่นักการเมืองในประเทศฟิลิปปินส์หรือมาเลเซีย ใส่ชุดประจำชาติไปไหนมาไหนแทนการใส่สูทผูกเนคไท ที่ดูอุ้ยอ้าย แสนจะอึดอัด ไม่สบายตัว

ธรรมชาติเป็นสิ่งที่มนุษย์จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัย เพราะธรรมชาติให้สิ่งดีๆกับเรา โดยเฉพาะการดำรงชีวิตอยู่ให้รอดปลอดภัย

สินค้าหลายชนิดถูกสร้างขึ้นจากวัตถุดิบทางธรรมชาติ เช่นอาหารการกิน เครื่องนุ่งห่มและยารักษาโรค เป็นต้น

ธรรมชาติให้ทั้งคุณและในขณะเดียวกันก็ให้ทั้งโทษ แต่มีหลายทฤษฎีบอกไว้ว่า ธรรมชาติจะไม่รังแกชาวโลก ถ้าชาวโลกไม่เป็นฝ่ายรังแกธรรมชาติก่อน เหมือนกับเหตุการณ์น้ำท่วม แผ่นดินถล่มในหลายประเทศเมื่อปลายปี 2553 จนถึง ต้นปี 2554

และอีกหนึ่งคำของธรรมที่ถูกหล่อหลอมให้อยู่กับชาวพุทธมาโดยตลอดต่อเนื่องหลายพันปีคือ “ธรรมะ” ที่เราชาวพุทธถือปฏิบัติในการบำเพ็ญกุศล ปฏิบัติในสิ่งที่ดีไม่เบียดเบียนผู้อื่น

โดยสรุปนวัตธรรมน่าจะแปลว่าการนำสิ่งใหม่ หรือวิธีการใหม่เข้ามาใช้ควบคู่ไปกับการคงไว้ซึ่งสิ่งดีๆไม่เบียดเบียนเพื่อนมนุษย์ด้วยกันหรือเปล่า

ที่จริงแล้วในหลวงของเราได้ฝากปรัชญาหนึ่งไว้ให้กับชาวไทยและชาวโลกเมื่อหลายปีก่อน ด้วยคำจำกัดความแบบสั้นๆและเข้าใจง่ายกว่าคือ เศรษฐกิจพอเพียงในการทำธุรกิจ และชีวิตที่พอเพียงในการดำรงชีวิต ในมุมมองของผู้บริโภค

นวัตธรรมในธุรกิจ

มีตัวอย่างของแบรนด์ที่ผมขอยกย่องเป็นพิเศษในการทำธุรกิจแบบนวัตธรรม เมื่อประมาณ 3-4 ปีที่แล้ว แบรนด์โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบเติมเงิน Happy ได้ปล่อยแคมเปญโฆษณา 1 ชุด ที่มีตัวแสดงเอกเล่นเป็นนักร้องระดับซุปเปอร์สตาร์ของเกาหลี (Rain) ออกมาร้องรำทำเพลงที่พยายามจะสื่อให้ผู้บริโภคทราบว่าการโทรศัพท์หากันไม่จำเป็นต้องคุยกันนานๆ ไม่จำเป็นต้องโทรหากันบ่อยๆ แบบที่เรามักจะได้ยินกันบ่อยๆว่าโทรให้กระจาย SMS กันให้แหลกลานในสื่อโฆษณา

เนื้อหาโดยสรุปในแคมเปญโฆษณาชุดนี้คือ แต่ถ้าจำเป็นก็โทร ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องโทร และต้องโทรแบบพอเพียงอย่าสุรุ่ยสุร่าย

Happy เป็นแบรนด์อันดับต้นๆของประเทศไทย

ผมเชื่อว่าคนส่วนมากจะรู้จักแบรนด์ Happy ในฐานะที่เป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบเติมเงิน

และถ้าคุณจะลองถามเพื่อนๆว่าสีแดงมี Brand Association กับแบรนด์อะไร ผมกล้ายืนยันได้ว่า แบรนด์ Happy จะหลุดออกมาอยู่ประมาณ 1 ใน 3 ร่วมกับแบรนด์ ดังๆระดับโลก เช่น Coke หรือ KFC

เป็นไปได้อย่างไรที่ผู้ประกอบการจะต้องเสียเงินไปกับการสร้างแคมเปญโฆษณาหลายสิบล้านบาท แต่กลับเชื้อเชิญให้กลุ่มเป้าหมายหรือผู้บริโภค “โทรกันอย่างพอเพียง!”

รายได้หลักจากแบรนด์ Happy มาจากการที่ผู้บริโภคโทรกันมากๆไม่ใช้หรือ ยิ่งโทรกันกระจายเพียงใดรายได้ก็ย่อมได้มากขึ้นเป็นเงาตามตัว ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีรายได้งอกงามเป็นกอบเป็นกำ และมั่งคั่งในที่สุด

และเมื่อประมาณปลายปี 2553 DTAC ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ Happy ก็ได้ปล่อยแคมเปญโฆษณาออกสู่สาธารณชนอีก 1 ชุดที่มีชื่อว่า Disconnect to Connect (ปิดเพื่อเปิด) โดยมีเนื้อหาสาระในภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ว่าความสัมพันธ์ ความรักและสายใยที่คน ควรจะมีให้กันกลับถูกปิด โดยที่มีฝ่ายหนึ่งมัวลุ่มหลงอยู่กับการส่งข้อความผ่านเครื่องรับ-ส่งโทรศัพท์ประเภทหนึ่ง โดยที่ไม่ใส่ใจต่อคนข้างเคียง หรือคนในครอบครัว วันๆไม่ทำอะไรยกเว้นแต่รับ-ส่งข้อความผ่านเครื่องรับ-ส่งโทรศัพท์ประเภทหนึ่งที่เป็นที่นิยมในวงกว้าง ในทุกกลุ่มอายุและเพศที่มีสถานะทางสังคมค่อนข้างไปทางมีอันจะกิน เหลือกินเหลือใช้

ในช่วงท้ายของภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ ตัวแสดงทั้งหลายที่เมามันอยู่กับการรับ-ส่งข้อความได้หยุดพฤติกรรมเหล่านั้น ส่งผลให้ความสัมพันธ์ ความรักและสายใยในครอบครัว หรือระหว่างคนรักกลับสู่สภาพปกติ มีรอยยิ้ม

สิ่งที่ผู้ประกอบการรายนี้และอีกหลายๆรายที่ผมไม่ได้ยกมาเป็นตัวอย่าง ได้นำสิ่งใหม่หรือวิธีการใหม่เข้ามาใช้ควบคู่ไปกับการคงไว้ซึ่งสิ่งดีๆต่อสังคมในรูปแบบนวัตธรรม

เสีย (รายได้) เพื่อได้ (ชื่อเสียง)

ธุรกิจในอดีตมักมุ่งหวังกับการครอบครองส่วนแบ่งการตลาดให้สูงที่สุด

ธุรกิจในอดีตมักมุ่งหวังรายได้จากยอดขายให้ได้มากที่สุด

แนวคิดในการทำธุรกิจยุคใหม่อาจจะไม่ได้เน้นย้ำถึงการมีส่วนแบ่งการตลาดหรือการมียอดขายที่สูงที่สุดอีกต่อไป แต่กลับหันไปมุ่งเน้นในการเป็นองค์กรแห่งความดี มีนวัตธรรมเพื่อเสริมสร้างหรือเพียงเพื่อขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้สังคมและสิ่งแวดล้อมดีขึ้นอีกสักนิดอีกสักหน่อย

ผมเชื่อว่าหลายองค์กรชั้นนำกำลังเร่งสร้างแนวคิดของ Share of Heart มากกว่า Share of Market

เมื่อใดที่แบรนด์อยู่ในใจของผู้บริโภค เมื่อนั้นผู้บริโภคจะกลายพันธุ์สู่สภาพเป็นสาวกในที่สุด

การตลาดที่แท้จริง คือการที่มีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน มีจุดยืนของสินค้าที่โดดเด่น

เป็นไปไม่ได้ที่ใครสักคนจะยึดตลาดและผู้บริโภคทั้งหมดไว้ได้เพียงคนเดียว อย่างที่รู้กันในรูปแบบ STP (Segmentation, Targeting, Positioning)

แนวคิดยิ่งน้อยก็ยิ่งมาก อย่างทฤษฎีพาเรทโต้ 20:80 เป็นตัวตอกย้ำถึงการที่แบรนด์จะต้องมีคุณธรรม ความดี ติดตัวอยู่เสมอ ขอให้มีลูกค้าแค่ 20 คนใน 100 คน แต่ใช้ 80 ใน 100 ก็น่าจะเพียงพอที่จะทำให้ธุรกิจอยู่ได้อย่างจีรังยั่งยืนไม่ใช่หรือ

Categories: Articles Anything | No Comments