<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>BrandAnything! &#187; communication</title>
	<atom:link href="http://www.brandanything.biz/wordpress/?feed=rss2&#038;tag=communication" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.brandanything.biz/wordpress</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 22 Jun 2015 02:57:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.6.1</generator>
		<item>
		<title>&#8220;Communications Versus Thammanications&#8221;</title>
		<link>http://www.brandanything.biz/wordpress/?p=123</link>
		<comments>http://www.brandanything.biz/wordpress/?p=123#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 10 Feb 2009 13:43:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Articles Anything]]></category>
		<category><![CDATA[communication]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.brandanything.biz/wordpress/?p=123</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้มีเรื่องราวน่าสนใจมาฝากอีกเช่นเคยคะ สำหรับใครที่สงสัยเกี่ยวกับเรื่องราวของการสื่อสาร&#8230; ว่าการสื่อสาร หรือ Communication ที่เราเข้าใจกัน มันถูกต้องแล้วจริงๆหรอ?? ลองมาทบทวนกันอีกครั้งดีกว่าคะ แล้วคุณจะอินและสนุกไปมัน&#8230; ว่าพลังของการสื่อสารที่ดีทำอะไรให้เราได้อีกตั้งเยอนะ บทความโดย อ. สรณ์ จงศรีจันทร์ จากหนังสือ BrandAge Magazine คะ &#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;- Communications Versus Thammanications เมื่อกล่าวถึง Communications หลายคนคงจะเข้าใจความหมายเป็นอย่างดีว่าแปลว่าอะไร เพราะคำๆนี้อยู่กับผู้บริโภคมายาวนาน และคำๆนี้เองก็มีความหมาย “การสื่อสาร” ที่เข้าใจกันแบบง่ายๆนั่นเอง มีหลายคนอาจจะเข้าใจว่า “การสื่อสาร”นั่นคือ การส่งข้อมูลข่าวสารจากผู้ผลิตสินค้า/ บริการ โดยผ่านตัวกลางคือ “สื่อ” ที่ตรงไปยังผู้บริโภค สื่อที่ว่านี้อาจจะครอบคลุมถึงสื่อโทรทัศน์ที่เป็นที่รู้จักกันในหมู่คนส่วนมาก สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุ สื่อโรงภาพยนตร์ และอื่นๆอีกมากมายที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน แต่ในความจริง “การสื่อสาร” ยังถูกแฝงเข้าไปอยู่กับวัตถุในรูปแบบต่างๆที่อยู่รายล้อมผู้บริโภค และวิถีชีวิตประจำวันของผู้บริโภคเช่นเดียวกัน ที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปแบบเดิมๆ ของคำว่า “สื่อ” ที่ผู้บริโภคเคยชินอีกต่อไป Thammanication คืออะไร? คำๆนี้คงไม่สามารถหาคำแปลในพจนานุกรมจากที่ไหนๆได้ เพราะเป็นการอุปโลกน์คำศัพท์ใหม่ๆขึ้นมา เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยที่ทุกๆอย่างกำลังเปลี่ยนไป Thamma [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้มีเรื่องราวน่าสนใจมาฝากอีกเช่นเคยคะ สำหรับใครที่สงสัยเกี่ยวกับเรื่องราวของการสื่อสาร&#8230;</p>
<p>ว่าการสื่อสาร หรือ Communication ที่เราเข้าใจกัน มันถูกต้องแล้วจริงๆหรอ??</p>
<p>ลองมาทบทวนกันอีกครั้งดีกว่าคะ แล้วคุณจะอินและสนุกไปมัน&#8230;</p>
<p>ว่าพลังของการสื่อสารที่ดีทำอะไรให้เราได้อีกตั้งเยอนะ <img src='http://www.brandanything.biz/wordpress/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>บทความโดย อ. สรณ์ จงศรีจันทร์ จากหนังสือ BrandAge Magazine คะ</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-</p>
<p><img class="alignnone" title="communication" src="http://www.collegeahuntsic.qc.ca/services/sopi/encadrementparticulier/montaigne/visuels/Communication.jpg" alt="" width="349" height="349" /></p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>Communications Versus Thammanications</strong></span></p>
<p>เมื่อกล่าวถึง Communications หลายคนคงจะเข้าใจความหมายเป็นอย่างดีว่าแปลว่าอะไร เพราะคำๆนี้อยู่กับผู้บริโภคมายาวนาน และคำๆนี้เองก็มีความหมาย “การสื่อสาร” ที่เข้าใจกันแบบง่ายๆนั่นเอง<br />
มีหลายคนอาจจะเข้าใจว่า “การสื่อสาร”นั่นคือ การส่งข้อมูลข่าวสารจากผู้ผลิตสินค้า/ บริการ โดยผ่านตัวกลางคือ “สื่อ” ที่ตรงไปยังผู้บริโภค สื่อที่ว่านี้อาจจะครอบคลุมถึงสื่อโทรทัศน์ที่เป็นที่รู้จักกันในหมู่คนส่วนมาก สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุ สื่อโรงภาพยนตร์ และอื่นๆอีกมากมายที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน แต่ในความจริง “การสื่อสาร” ยังถูกแฝงเข้าไปอยู่กับวัตถุในรูปแบบต่างๆที่อยู่รายล้อมผู้บริโภค และวิถีชีวิตประจำวันของผู้บริโภคเช่นเดียวกัน ที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปแบบเดิมๆ ของคำว่า “สื่อ” ที่ผู้บริโภคเคยชินอีกต่อไป</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>Thammanication คืออะไร?</strong></span><br />
คำๆนี้คงไม่สามารถหาคำแปลในพจนานุกรมจากที่ไหนๆได้ เพราะเป็นการอุปโลกน์คำศัพท์ใหม่ๆขึ้นมา เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยที่ทุกๆอย่างกำลังเปลี่ยนไป<br />
Thamma แปลมาจากธรรมาภิบาล และอีกในมุมหนึ่งก็คือธรรมะที่เกี่ยวข้องกับคุณงามความดี อย่างที่ทุกๆท่านทราบกันดี ไม่ว่าจะเป็นธรรมาภิบาล หรือธรรมะ ทั้ง 2 คำ ต่างให้ความรู้สึกของ “การทำดี” และเมื่อผสมกับ Communications เข้าไป ก็น่าจะมีความหมายที่เกี่ยวข้องกับ “การสื่อสารที่ต้องออกมาในรูปแบบที่ดีๆ” แน่นอนการสื่อสารนั้นๆจะต้องรับผิดชอบต่อผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อม จะต้องไม่เบียดเบียนหรือทำให้ใครต้องเดือดร้อน จะต้องไม่ส่งเสริมการกระทำอะไรที่ผิดต่อศีลธรรม จริยธรรม และวัฒนธรรม จะต้องไม่ทำให้เกิดความรำคาญและน่ารังเกียจต่อผู้บริโภคด้วย</p>
<p><strong><span style="color: #ff6600;">Execution Revolution</span></strong><br />
ผมเคยดูแลรับผิดชอบบรั่นดียี่ห้อหนึ่งเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว สินค้ายี่ห้อนี้ถือได้ว่าเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งที่ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แต่ในระดับโลกเลยที่เดียว งานโฆษณาทางทีวี มีเนื้อหาประมาณว่ามีชายหนุ่มสุดหล่อ ดื่มด่ำกับรสชาติของบรั่นดีโดยลำพัง มีแต่เพียงเพื่อนยามยากที่เป็นสุนัขอยู่ข้างกาย แถมยังเห็นชายหนุ่มคนนี้กระดกแก้วบรั่นดีเข้าปากด้วย ในบรรยากาศของบ้านที่สุดจะโรแมนติก สาวไหนเห็นเป็นต้องกรี๊ดกับความหล่อเท่ห์ของชายหนุ่มผู้นี้ ในสิ่งแวดล้อมที่น่าจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการดื่มบรั่นดีที่มีเพียงสุนัขตัวนั้นเท่านั้น<br />
มีอยู่วันหนึ่งเจ้านายฝรั่งชาวเยอรมันของผมขอให้ทำ Brand Review ของสินค้าทุกตัวที่พวกเราดูแลกัน ปรากฏว่าพอมาถึงคิวผม ทันทีที่ผมฉายโฆษณาชุดนี้เสร็จ เจ้านายผมหน้าเสียขึ้นมาทันที และบอกกับผมว่า “โฆษณาชุดนี้ออกอากาศไปแล้ว  หรือ ?”  คำตอบของผมก็คือ “ใช่ครับ หลายอาทิตย์แล้วด้วย” เจ้านายผมบอกว่า กฎหมายในเยอรมันและอีกหลายๆประเทศในยุโรป เขาจะไม่อนุญาตให้ตัวแสดงในหนังโฆษณาดื่มเหล้าโดยลำพังเด็ดขาด เพราะรัฐบาลเขากลัวว่าเมื่อดื่มอยู่คนเดียวและเกิดเป็นอะไรขึ้นมา เดี๋ยวจะไม่มีคนคอยช่วยเหลือ<br />
วันเวลาผ่านไป เราจะไม่มีโอกาสได้เห็นชายหญิงยกแก้วดื่มเหล้าเช่นเดียวกัน เพราะไม่เพียงแต่นักการตลาดและนักโฆษณาที่ต้องระวังภาพเหล่านี้ แต่ก็ยังมี Safety Lock ที่เกิดขึ้นมาอีกอัน และสิ่งๆนี้ก็คือการควบคุมการโฆษณาที่เข้มงวดเอามากๆ จากหน่วยงานราชการ จบแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย นอกเสียจากชื่อของแบรนด์ๆนั้น เนื้อเรื่อง (Execution) ก็ไม่สามารถที่จะแสดงออกในเชิงการเชื้อเชิญ ให้เกิดกิจกรรมการบริโภคอย่างไร้เหตุผล แถมยังต้องใช้ข้อความ (Super) ตัวเบ้อเริ่ม ที่บอกกับผู้บริโภคทางบ้านว่าผลร้ายของการดื่มเหล้าคืออะไร<br />
ในโลกปัจจุบัน นักการตลาดและนักโฆษณาไม่เพียงแต่จะระมัดระวังการทำการสื่อสารที่ส่อแสดงถึงการเชื้อเชิญให้บริโภคสินค้า แต่ยังมีกิจกรรมอีกหลายรูปแบบ ที่สื่อสารตรงไปยังผู้บริโภคให้ทราบว่า “เมาแล้วอย่าขับ” “ดื่มด้วยสติ” “ดื่มอย่างมีความรับผิดชอบ” เป็นต้น อีกทั้งพยายามบอกให้ผู้บริโภคได้รับรู้ถึงโทษของการดื่มอย่างไม่มีสติ การเมาไม่ใช่เรื่องเท่ห์อีกต่อไป และไม่มีใครอยากจะคบกับคนเมาด้วย<br />
Thammanications ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวันของเรา แต่หลายคนอาจจะบอกว่า ธุรกิจเหล้าต้องมีความรับผิดชอบอยู่แล้ว ยังไงเสีย ก็ต้องทำการสื่อสารอย่างมีความรับผิดชอบ ลองดูตัวอย่างต่อไป</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>Motivation, Drive and Value </strong></span><br />
ในอดีต การโฆษณาน้ำมันหล่อลื่น หรือที่เรียกกันสั้นๆว่าน้ำมันเครื่อง มักจะต้องใช้ผู้หญิงเซ็กซี่ นุ่งน้อยห่มน้อยมาเป็นพรีเซนเตอร์ เพื่อดึงดูดชายฉกรรจ์ทั้งหลายที่เป็นสิงห์รถบรรทุกหรือสิงห์นักบิด กลยุทธ์แบบนี้คงไม่ผิดเพราะหนึ่งใน Motivation, Drive และ Value ของคนกลุ่มนี้ที่เราจะรู้จักในตัวตนของพวกเขาในกลุ่ม “Struggler” ย่อมที่ชอบความตื่นเต้นอะไรทำนองนี้อยู่แล้ว<br />
แต่ถ้าพิจาณาให้ดี Struggler กลุ่มนี้ยังมีความต้องการและแรงบันดาลใจที่ตรงกันข้ามกับความตื่นเต้นที่เกี่ยวข้องกับเพศตรงข้าม ดังนั้นการที่สินค้าน้ำมันเครื่อง แบรนด์หนึ่ง ได้ใช้กลยุทธ์ Thammnications ในการสร้างแบรนด์ โดยใช้แนวคิดของการแถมสติ๊กเกอร์ที่เอาไว้ติดกระจกหน้ารถบรรทุก ที่มีคาถาหรือปรัชญาของพระพยอมที่ว่า “ขยันให้เหงื่ออกทางขุมขน ดีกว่าขี้เกียจแล้วยากจน จนน้ำล้นออกทางตา”</p>
<p>เนื้อหาของหนังโฆษณาชุดนี้มีอยู่ว่า คนขับรถบรรทุก 10 ล้อที่มีความมุ่งมั่นและขยัน ถูกตำรวจทางหลวงเรียกให้หยุดเพื่ออะไรซักอย่าง ทันใดนั้นเอง คนขับรถผู้นี้ก็นึกถึงปรัชญาที่พระพยอมได้พูดถึงมาในใจ สุดท้ายคุณตำรวจทางหลวงเอง ก็ยกมือสาธุและปล่อยให้รถบรรทุกคันดังกล่าวผ่านไปด้วยดี<br />
นี่คือการส่งเสริมให้คนทำดีและมีความหวังต่อชีวิต คนที่หาเช้ากินค่ำอย่างสิงห์รถบรรทุกผู้นี้ก็สามารถประสบกับความสำเร็จได้เหมือนกัน เขาไม่ท้อแท้และหมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่เป็นอบายมุขที่คนส่วนใหญ่มักจะเป็น และแนวทาง Thammanications แบบนี้ ก็ส่งผลให้สังคมโดยรวมมีความเจริญขึ้นมาด้วย<br />
อย่าดูถูกผู้บริโภค พวกเขามีความรู้ มีสติปัญญา มีความสามารถ จากผลการวิจัย เราได้เรียนรู้ว่าแนวทางการสื่อสารแบบ Thammnications จะได้รับความยอมรับมากกว่าแนวคิดแบบเดิมๆ ที่หลอกล่อกันไปมา ใช้ความฟู่ฟ่า หรือแม้กระทั่งเซ็กซ์เข้ามาเกี่ยวข้อง</p>
<p>แนวทาง “พอเพียง” กับ Thammanications<br />
เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีธุรกิจโทรศัพท์เติมเงินแบรนด์หนึ่ง ได้ออกแคมเปญโฆษณาที่ล้อเลียน Concert โดยมีเนื้อหาพยายามบอกกับผู้บริโภคว่า ถ้าคิดถึงกันก็ไม่ต้องโทรหากันบ่อยก็ได้ ให้คิดถึงกันก็พอ ซึ่งก็ขัดแย้งกับแนวทางทำธุรกิจประเภทนี้ ที่รายได้ย่อมมาจากการที่ผู้บริโภคโทรหากันมากๆ ยิ่งโทรมากเท่าไร ผู้ประกอบการก็ยิ่งได้รายได้มาก<br />
ปรัชญา “พอเพียง” ของในหลวงท่าน ไม่ได้จำกัดอยู่บนพื้นฐานของ “เศรษฐกิจพอเพียง” เท่านั้น แต่ได้แผ่ขยายไปสูวงกว้างของการสื่อสารที่พยายามส่งเสริมไม่ให้เกิดความฟุ่มเฟือย การสื่อสารมีอิทธิพลต่อผู้บริโภคมาก เพราะการเปลี่ยนแปลงทางทัศนคติหรือพฤติกรรม ก็มาจากการรับรู้ในข้อมูลข่าวสารใหม่ๆ ที่ไม่ได้จำกัดอยู่กับกลุ่มเป้าหมายใดเป็นพิเศษ เพราะการสื่อสารจะครอบคลุมพื้นที่ในวงกว้างและในเวลาที่รวดเร็ว<br />
<span style="color: #ff6600;"><strong><br />
Thammanications ที่เป็นมากกว่า Communications</strong></span><br />
ในประเทศอังกฤษ มีกฎหมายที่บังคับให้อาหารบางประเภทต้องแจงรายละเอียดของคุณค่าทางอาหารและส่วนผสม บนฉลากที่ต้องเห็นได้ชัด อ่านได้ง่าย เช่นมี Calories, Sugar, Fat, Saturates และ Salt อยู่ในอาหารประเภทนั้นเท่าไร เพื่อให้ผู้บริโภคได้พิจารณาและตัดสินใจซื้อกลับบ้านไปบริโภค บนเงื่อนไขของผลที่จะตามมาถ้าผู้บริโภคคนนั้นสามารถรับได้ ไม่มีการหลบๆซ่อนๆของข้อมูลข่าวสารอีกต่อไป โดยเฉพาะถ้าตัวหนังสือที่อ่านแสนจะยาก เพราะตัวหนังสือเหล่านั้นช่างตัวจิ๋วเหลือเกิน<br />
ผมว่านักการตลาดคงต้องคิดเหมือนกันว่า ในอนาคตอันใกล้นี้จะทำอย่างไรให้บรรจุภัณฑ์ที่มีขนาดเท่าเดิม แต่สามารถบรรจุข้อมูลทึ่สำคัญเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อชีวิตของผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ทุกวันนี้ผู้บริโภคช่างอยากรู้โน่น รู้นี่ไปหมด ไม่เพียงเฉพาะสินค้าหรือบริการเหล่านั้นที่สามารถทำให้พวกเขาพึงพอใจ แต่ก็ต้องยุติธรรมพอที่จะบอกกับพวกเขาว่าที่มาที่ไปคืออะไรด้วย</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>Corporate Social Responsibility (CSR)</strong></span><br />
องค์กรใดที่ประสบความสำเร็จในยอดขายในปัจจุบันและที่อยู่ในตำแหน่งผู้นำทางการตลาด มักใช้กลยุทธ์ “ช่วยเหลือสังคม” เข้ามาเป็นอีกหนึ่งในกลยุทธ์สร้างองค์กรและแบรนด์ของตัวเอง คงเคยได้ยินคำ 2 คำนี้มาบ้าง Fame &amp; Fortune<br />
Fortune คือความสำเร็จทางยอดขายและตำแหน่งทางการตลาดในความเป็นผู้นำ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าคนทั่วไปจะชื่นชอบแค่ไหน Fame คือชื่อเสียง เกียรติยศที่องค์กรและแบรนด์นั้นๆอยากจะโชว์และคว้ามาครอบครอง เพื่อความสมดุลในความสำเร็จ Thammanications จึงเข้ามาเป็นส่วนผสมที่สำคัญอีกหนึ่งตัว ในการช่วยผลักดันให้มิติของ Fame สูงขึ้นมาจากเดิมที่อาจมีน้อยกว่ามาตรฐาน ทุกวันนี้กิจกรรม CSR มีให้เห็นในทุกรูปแบบในทุกสื่อ ซึ่งส่งผลดีไปถึงผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม อีกนัยหนึ่ง เราจะเห็นการตลาดแบบบูรณาการที่เข้มข้นขึ้นเป็นลำดับ</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>บทบาทของกฎ ระเบียบ และวินัย (Regulatory)</strong></span><br />
ผมไม่เชื่อในการบังคับจากหน่วยงานใดๆต่อการสื่อสาร เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันเปรียบเสมือน ”ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ” ผมมีความเชื่อในกลไกของธรรมชาติที่มีต่อสินค้าหรือบริการที่ทำตัวไม่น่ารัก ดังตัวอย่างในอดีตที่เกิดขึ้น เมื่อมีการโฆษณาทางทีวีของสินค้าประเภทขายตรง ที่ให้ความหวังกับผู้บริโภคว่าจะเห็นผล (ในความมีหุ่นที่แรงแรงและกระชับ) ในเวลาเท่านั้น เท่านี้สัปดาห์ แต่พอเมื่อซื้อมาใช้แล้วปรากฏว่ายังอ้วนต้วมเตี้ยมอยู่ คงมีผู้บริโภคบอกต่อกันเองว่า “ถูกหลอก อย่าไปซื้อมาลองเด็ดขาด” พลังของ “ปากต่อปาก” (Word-of-Mouth) และ Word-of-Web สมัยนี้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าอะไร ถ้าไม่เชื่อก็ลองดูเพราะมีหลายสินค้าหรือบริการที่พังมาแล้วจาก WOM และ WOW<br />
กฎ กติกา มีไว้เป็นแนวทางที่ดีในการสร้างสรรค์งาน แต่ไม่ควรถึงขนาดต้องบอกกับผู้ประกอบการว่า “ต้องอย่างนั้น ต้องอย่างนี้” เป็นต้น<br />
เชื่อเถอะว่า ผู้บริโภคไม่ได้โง่ และเจ้าของสินค้าหรือบริการก็ไม่ใครอยากจะทุบหม้อข้าวของตัวเอง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.brandanything.biz/wordpress/?feed=rss2&#038;p=123</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
